| |
บทความล่าสุด |
|
| |
2007
ปีแห่งความไม่แน่นอน |
|
|
| |
|
|
|
|
| |
ให้กำลังใจพนักงาน
ITV |
|
Innovation หรือ
Integrity
นวัตกรรมหรือความถูกต้อง |
|
| |
|
|
|
| |
ร่างรัฐธรรมนูญ :
แนวดร.อมร กับ 2 R's |
ประสบการณ์กับความหนุ่มแน่น |
|
| |
|
|
|
| |
ปลูกฝังเศรษฐกิจพอเพียงต่อเยาวชน |
บทบาทผู้นำ 3 แนว |
|
|
|
|
|
| |
คนกรุงเทพฯ :
นึกถึงคนภาคกลาง |
นิตยสาร Time :
ยกย่องกษัตริย์ไทย |
|
| |
|
|
|
| |
แค่ปรับ mindset ก็พอ |
ควรรับฟังข้อคิดเห็นอดีตนายกฯชวน
|
|
| |
|
|
|
| |
ขอต้อนรับ :
พลเอกสุรยุทธ์ |
โลกาภิวัตน์ยั่งยืน
ต้องเศรษฐกิจพอเพียง |
|
| |
|
|
|
| |
ในที่สุด :
วันนี้ก็มาถึง |
คณะปฏิรูป :
นโยบายเพื่อความยั่งยืน |
|
| |
|
|
|
| |
8 H , 8 K
และหมอประเวศ 10 ข้อ |
9/11 ผลกระทบต่อโลก |
|
| |
|
|
| |
3 C กับ 3 Q
ที่รามคำแหง |
โรงเรียนในฝันให้ทันโลก
|
|
| |
|
|
|
| |
Isreal/Hezbollah และ
ทักษิณ/อภิสิทธิ์ |
เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ |
|
| |
|
|
|
| |
วาระแห่งชาติ
: การตรงต่อเวลา
|
ปฏิวัติการวัดค่าทรัพย์สิน
(WEALTH) |
|
| |
|
|
|
| |
โบนัส 7 พันล้าน :
ได้ผลจริงไหม |
ไม่มี pain ไม่มี gain
|
|
| |
|
|
|
| |
ขอบคุณ :
สมาชิกวุฒิสภา
|
สร้าง Ideas ใหม่ๆ |
|
| |
|
|
|
| |
คนไทย :
ทำเพื่อแผ่นดิน |
บทเรียน : HRDS |
|
| |
|
|
|
| |
สัปดาห์แห่งความปลื้มปิติของปวงชนชาวไทย |
การทูตภาคประชาชนที่เวียงจันทน์ |
|
| |
|
|
|
| |
ประเทศไทย :
เป้าของสังคมโลก |
คารวะ : พลเอกจารุภัทร |
|
| |
|
|
|
| |
หาความรู้ :
จากฟุตบอลโลก |
นวัตกรรม
: จากปฏิวัติสู่ระบบ ตุลาการ |
|
| |
|
|
|
| |
HR
เพื่อ Innovation |
น้อมเกล้าฯ
รับพระราชดำรัส |
|
| |
|
|
|
| |
การเมือง :
ข่าวดีในรอบ 2 เดือน |
Authority หรือ Trust |
|
| |
|
|
|
| |
HR Challenge 2006,
เหตุเกิดที่ NIDA
|
ในที่สุด Unknown
ก็มาถึง |
|
| |
|
|
|
| |
การเมืองวิกฤติ
: เข้าสัปดาห์ที่ 5 |
สร้างการทูตภาคประชาชนที่คุนหมิง |
|
| |
|
|
| |
ลาออกหรือยุบสภา |
ยุบสภา
ไม่ได้แก้ความชอบธรรม |
|
| |
|
|
| |
ปริญญาเยอะ ปัญญาน้อย |
มี 16 นักศึกษา, มี 49
อาจารย์ |
|
| |
|
|
| |
นายกฯ
ทักษิณ : กับทุนทางจริยธรรม |
มองหา
Role Model |
|
| |
|
|
| |
1 Local, 1 Global |
คุณค่าของ ฯพณฯ
พลเอกเปรม |
|
| |
|
|
|
| |
บทเรียนจาก
ROSE BOLW |
อวยพรปีใหม่
2006 |
|
| |
| |
|
|
|
|
 |
อ่านบทความย้อยหลังปี
2548 |
|
|
|
| |
|
|
อ่านบทความย้อยหลังปี
2547 |
|
|
|
|
|
30 - 12 - 49
|
2007 ปีแห่งความไม่แน่นอน |
|
|
2007
ปีแห่งความไม่แน่นอน
Michael Hammer พูดไว้กว่า 10 ปี แล้วว่า โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว
และไม่มีใครคาดคะเนได้ถูกต้อง เหตุการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน เปลี่ยนเร็วมาก
(Speed) และไม่มีใครทราบว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร จะรับมือและจะปรับตัว อย่างไร
บทความของผมทั้งปี 2006
ต้องทันเหตุการณ์ พร้อม ที่รองรับข่าวดีและข่าวร้ายที่เข้ามาตลอดเวลา
วิเคราะห์ให้ถูกต้อง และสร้างสรรค์
ผมขอสรุปงานของผม 3 เรื่องที่ทำไป
เรื่องแรกคือ การจัด workshop
ให้สมาคมสตรีไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีคุณธาริณี กฤดากร เป็นนายกสมาคม
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสมาชิกกว่า 30 คน มาร่วมรับฟังเรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียงกับโรงเรียนและครอบครัว
สมาชิกสมาคมต่างสนใจที่จะนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ให้เกิดผล ถ้ากลุ่มสตรี
โดยเฉพาะคุณแม่สามารถปลูกฝังให้ลูกๆ สนใจ
เรื่องปรัชญาการใช้ชีวิตอย่างพอประมาณตั้งแต่เด็กๆ จะช่วยได้มาก
สมาชิกของสมาคมท่านหนึ่งบอกว่า
พ่อแม่ที่มีฐานะดี ปัจจุบันสร้างปัญหามาก เพราะอยากให้ลูกสบาย
จึงปลูกฝังลูกแบบผิด มีวัตถุนิยมและฟุ้งเฟ้อ คนไทยต้องหันมาใช้ชีวิตแบบพอประมาณ
แบ่งปันให้คนอื่นๆ ด้วย และอยู่เพื่อส่วนรวมมากขึ้น
นอกจากนี้ ผมไปร่วมจัด Knowledge
Camping ของโรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีหญิง
คุณสมฤดี จันทร์สุวรรณ เทศบาลตำบลหน้าพระลาน การเมืองท้องถิ่น ต้องช่วยโรงเรียน
พลตำรวจเอกประมาณ อดิเรกสาร เป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ที่มีคุณค่า อายุ 94
ปีแล้ว ยังทำงานเพื่อชาติอย่าง ต่อเนื่องไปร่วมงานด้วย ผมเน้นเรื่อง ภาวะผู้นำ
ได้บอกนักเรียน ไปว่า การเป็นเยาวชน ควรจะเน้นการปลูกฝังภาวะผู้นำ
จะช่วยประเทศได้มาก โดยแนะนำคุณลักษณะของภาวะผู้นำ 6 เรื่อง มี
- มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่เป็นคนรกโลก
- ใฝ่รู้
- มีวินัย
- ทำงานเป็นทีม
- มองอนาคต
- มีมารยาทในสังคม และรักษาวัฒนธรรมไทย
ในขณะเดียวกันมีโอกาสได้ไปพูดเรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียง กับโลกาภิวัตน์ ให้โรงเรียนราชดำริ มีผู้อำนวยการโรงเรียน
คุณศิริพันธุ์ สุพรรณพ เป็นผู้นำการศึกษายุคใหม่ มองการทำงานนอกกรอบ
โรงเรียนแห่งนี้เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แต่ภายใน
30 ปี สามารถพัฒนาได้ดี ที่ผมชอบเป็นพิเศษ เพราะอยู่ใกล้กับสวนหลวง ร.9
ซึ่งสามารถร่วมงานกันเป็นอุทยานทางความรู้ได้อย่างดี อาจารย์กว่า 100 คน
และเด็กนักเรียนกว่า 200 คน ร่วมกันฟัง และทำ workshop เรียนรู้แบบ 4 L's
และจะมีโครงการต่อเนื่องอีกหลายเรื่องที่นำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
ปัจจุบันที่โรงเรียนแห่งนี้มี
- การประหยัดพลังงาน
- การประหยัดสาธารณูปโภค
- โครงการการออม
- เรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม
สุดท้ายผมกลับไปสอนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกครั้ง ต้องยอมรับว่า
นักศึกษารุ่นนี้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ทำการบ้านส่งมาทาง blog ได้ดีมาก
ผมได้ให้เขาเรียนเรื่อง Re-engineering การปรับองค์กรให้ทำงานไปสู่คุณภาพ ซึ่ง
บางส่วนเป็นกลยุทธ์ (strategy) บางส่วนเป็นจิตวิทยา (Psychology)
จะผสมกันอย่างไร
นักศึกษาสามารถนำทฤษฎี 4 L's, ทฤษฎี 8 H's โดยเฉพาะ Heritage ของคุณหญิงทิพาวดี
เมฆสวรรค์ ไปประยุกต์ (apply) กับชุมชนตามเมืองและชนบทได้อย่างดี
การสอนหนังสือและการเขียนบทความของผมจะเน้นบทเรียนจากความจริง คือ ผมจะแบ่งปัน
(Share) เพื่อให้นำไปปรับพฤติกรรมการเรียนรู้ ตลอดปี 2006
ผมได้พูดถึงเหตุการณ์ต่างๆ และงาน ที่ทำไป
นักศึกษาปริญญาเอกกำลังรวบรวมเป็นเล่ม 52 เรื่องในปี 2006 แต่ละสัปดาห์
แต่ละเดือน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น สื่อหนังสือพิมพ์จะช่วยได้มาก
ในปี 2007 ต้องตั้งสติให้ดี เพราะไม่ว่าการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
โลกาภิวัตน์คงจะเปลี่ยนแปลงเร็วและคาดคะเนลำบาก
สิ่งแรกที่จะต้องติดตามคือ
- การเมืองจะไปทางไหน จะมีการเลือกตั้งแบบไหน และ
จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบไหน
- เศรษฐกิจ
จะนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการแข่งขันในโลกาภิวัตน์ให้ไปด้วยกันอย่างไร
- จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศอย่างไร
- ปี 2007 จะวางแนวทางเรื่องปฏิรูปการศึกษา
และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถอยู่ในโลกการแข่งขัน โดยเฉพาะทุนทางปัญญา,
ทุนทาง Network, ทุนทาง Talented (Skill, Knowledge, Mindset )
และจะสร้างความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) กับนวัตกรรม (Innovation) ได้อย่างไร
- จะทำอย่างไร จึงเกิดความสมานฉันท์ (Harmony) ในสังคมอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้
- สุดท้ายที่สำคัญมากคือ จะสร้างวาระแห่งชาติ สังคม
ที่มีคุณธรรม จริยธรรมอย่างไรทั้งในด้านธุรกิจและการเมือง ธรรมาภิบาล
ไม่ใช่แค่ถูกกฎหมาย แต่ต้องมีความละอายที่จะใช้อำนาจที่ผิดๆ
ต้องดูประโยชน์ระยะยาวและส่วนรวมด้วย
สวัสดีปีใหม่ 2007 ครับ สำหรับท่านผู้อ่านที่ติดตามบทความของผม
และขอให้กระจายความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมในมุมกว้าง
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
23 - 12 - 49 |
Innovation หรือ Integrity
นวัตกรรมหรือความถูกต้อง
|
|
|
Innovation
หรือ Integrity
นวัตกรรมหรือความถูกต้อง
วันเสาร์ที่ผ่านมา
ผมไปร่วมงาน "อนาคตประเทศไทยครั้งที่ 2" ซึ่งจัดโดยสถานีคลื่นความคิด FM 96.5
MHz. โดยมีประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ อนาคตประเทศไทย - อนาคต คมช. มี รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร,
ศ.จรัญ ภักดีธนากุล, ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช, คุณดำรง พุฒตาล และคุณไกรศักดิ์
ชุณหะวัณ ร่วมกันแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สื่อวิทยุที่ดี
ทำหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก
ประเด็นที่น่าสนใจคือ
เรื่องอนาคตภายหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จและมีการเลือกตั้ง จะเป็นอย่างไรต่อไป
และจะทำอย่างไรต่อไป
ก่อนจะถึงจุดนั้น การร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร
คนไทยจะต้องมองประเด็นอะไรเป็นพิเศษ ผมจับประเด็นได้อย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่คือ
ไม่ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า
ต้องมีความรู้และมีความรู้สึกหวงแหนประชาธิปไตย
ซึ่งไม่ใช่ความรู้ที่เรียนรัฐศาสตร์มา
แต่เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่คนไทยจะต้องสนใจ คุณดำรง พุฒตาล, อาจารย์ชัยอนันต์
สมุทวณิช, อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร มีความคิดเห็นทำนองเดียวกัน
แต่ที่ไม่ได้พูดถึงคือ วิธีการสร้างสังคมการเรียนรู้ เรื่องประชาธิปไตย
ต้องให้มีทฤษฎี R กับ D, P ต่อชาวบ้านให้ได้
R ตัวแรกคือ ผู้รู้ต้อง Respect นับถือชาวบ้านก่อน
ไม่ใช่ไปยัดเยียดความรู้ให้ชาวบ้านข้างเดียว
D คือ Dignity ต้องให้ชาวบ้านมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แม้ว่าจะจบเพียงประถม 6
ก็ตาม
อันที่ 3 P คือ Participate การให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมด้วย
ผมทำเรื่องสังคมการเรียนรู้ในระดับชาวบ้านอยู่บ่อยๆ
โดยพยายามหาชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา จึงน่าจะสร้างแนวร่วม โดยใช้ทฤษฎี 4 L's ของผม
ได้มากขึ้น
ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช เห็นว่า ทหารต้องปรับตัวตลอดเวลา
ไม่ใช่เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็ไม่กล้ามีปฏิกิริยาอะไร
สื่อของทหารจึงถูกนักการเมืองนำไปใช้ในการหาเสียง ผมคิดว่า
ทหารน่าจะตั้งสถาบันการเมืองที่ monitor
ตรวจสอบการเมืองไม่ให้ไปสู่อำนาจผูกขาดทำให้เกิดความไม่มั่นคงและประชาชนไม่ได้รับประโยชน์
หากทหารมองการเมืองเป็นเรื่องความอยู่รอด ประชาธิปไตยและความยั่งยืน
ปรับวิธีการทำงาน ในอนาคตการปฏิวัติคงจะไม่เกิดขึ้นอีก การมีความรู้ข้ามศาสตร์
ไม่ใช่รู้เฉพาะยุทธศาสตร์การรบ เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ( กอ.รมน.)
ที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้อำนวยการ น่าจะดูแลเรื่องการเมือง
เพื่อรักษาประชาธิปไตยไว้ให้ยั่งยืนต่อไปได้
เรื่องกฎหมายที่ตรวจสอบคอร์รัปชั่น (Corruption) ปลัดจรัญ ภักดีธนากุล กล่าวว่า
บางประเทศ เช่น เกาหลี ระบบยุติธรรมเขาเข้มแข็งและเด็ดขาด
สามารถจัดการนักการเมืองที่ไม่ดีได้ ทำให้ประชาชนพึ่งได้
ในเมืองไทยจะมีนักการเมืองถูกพิพากษาจำคุกหรือไม่
สัปดาห์นี้หากไม่เขียนถึงเรื่องตลาดหุ้น การเก็งกำไรค่าเงินบาท คงจะเชย
ผมจะขอเขียนถึงในมุมเดียวคือ ยุคโลกาภิวัตน์ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่แน่นอน
บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมีทั้ง IQ และ Q อื่นๆ ด้วย
โดยธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมองหลายมิติและระมัดระวังเรื่องการตัดสินใจต่างๆ (
Decision making ) ว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของต่างประเทศหรือไม่
ผมหวังว่า ความเป็นอิสระจากรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธนาคารแห่งประเทศไทย
และคงจะต้องบวกกับความสามารถด้วย หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Independence with
Competency ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย
คงต้องไม่ใช้ทฤษฎีตามตำราที่เรียนมาสมัยปริญญาเอก ควรจะต้องมี
- Skill ความชำนาญ
- Knowledge ความรู้หลายๆ ด้าน
- Attitude ทัศนคติที่ถูกต้อง
วิกฤติเศรษฐกิจในอดีตส่วนหนึ่งเกิดจากการตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังนั้นในยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีการเปิดเสรีทางการเงิน ซึ่งมีประโยชน์มาก
แต่มีโทษมากเช่นกันหากดำเนินนโยบายผิดพลาด
เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในอนาคตให้ได้
สุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ 19 ธันวาคม
ผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปร่วมแบ่งปันความรู้ให้นักศึกษาปริญญาโท
สาขาด้านจิตวิทยา โดยผู้จัดต้องการให้ผมเน้นเรื่อง HR โดยใช้จิตวิทยาเป็นหลัก
นักศึกษายุคใหม่ต้องมองเป้าหมาย 4 เรื่อง คือ
- Psychology จิตวิทยา
- Strategy ยุทธศาสตร์
- HR ทรัพยากรมนุษย์
- Performance ผลที่เกิดต่อองค์กรต่างประเทศ
การเรียนจิตวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ แต่จิตวิทยาอย่างเดียวก็ไม่พอ
เพราะยุคต่อไปต้องเสริมเรื่องอื่น ๆ
ที่ช่วยทำให้จิตวิทยาเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ผมเป็นนักเศรษฐศาสตร์
และเป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะไม่ละเลยเรื่องจิตวิทยา
แต่ก็จะสนใจเรื่องอื่นๆ ด้วย จึงให้เขาเปรียบเทียบแนวคิด 4 เรื่องคือ
- Head/Heart สมอง/จิตใจ
- Fact/Feeling ข้อมูล/ความรู้สึก
- Strategy/Respect ยุทธศาสตร์/ความเคารพ
- Excellence/Integrity ความเป็นเลิศ/ความถูกต้อง
วิธีการมองปัญหาดังกล่าว ทำให้นักจิตวิทยาได้ภาพที่ครบถ้วนมากขึ้น เช่น
เข้าใจเรื่องวิสัยทัศน์ (Vision) และ Mission ขององค์กร เข้าใจโครงสร้างธุรกิจ
(Business structure) ขององค์กร เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์
เข้าใจเรื่องการแข่งขัน เข้าใจเรื่อง Balanced Scorecard ซึ่งจะต้องมองลูกค้า
การเงิน ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารจัดการ เข้าใจเรื่อง Process management
จะขอฝากไว้ว่า วิศวกร หมอ นักบัญชี สถาปนิก นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
เขาเหล่านั้นเข้าใจเรื่องจิตวิทยาเพียงพอหรือไม่
มองมนุษย์ด้วยความเข้าใจในจิตใจลึกๆ หรือไม่ ปัจจุบัน ศาสตร์ต่างๆ
แยกจากกันมากเกินไป
ควรจะข้ามศาสตร์และนำเอาความรู้ที่ผสมมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะพูดได้ว่า ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน
อย่ารู้เฉพาะการเงิน หรือมาตรการทางการเงิน
ควรต้องเข้าใจถึงความเจ็บปวดของนักลงทุนรายย่อยด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
16 - 12 - 49
|
ให้กำลังใจพนักงาน ITV |
|
|
ให้กำลังใจพนักงาน ITV
ในรายการวิทยุของผมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คุณนาตยา แวววีระคุปต์
ถามเกี่ยวกับพนักงานกว่าพันคนของ ITV กำลังขาดกำลังใจ
เพราะคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ยังคงยืนยันคำตัดสินเดิมคือ ITV
จะต้องเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล และต้องเสียค่าสัมปทานปีละพันล้าน
แน่นอนว่าสิ่งที่กระทบต่อบุคลากรเหล่านั้นคือ
ความไม่มั่นคงในการทำงาน บุคลากรเหล่านั้นมีคุณค่าต่อสังคมไทย
แต่ขาดความมั่นใจในอนาคต ว่าจะไปรอดไหม จึงทำให้เกิดความวิตกว่า จะตกงานหรือไม่
และจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างไร
ITV คงจะอยู่ต่อไป แต่จะต้องปรับตัวให้เป็นสื่อของประชาชนมากขึ้น
ไม่ใช่สื่อเพื่อการค้าและหวังผลกำไรอย่างเช่นในอดีต
ผมหวังว่าบุคลากรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน
คงจะได้รับการดูแลจากผู้บริหารของกลุ่มใหม่
และหวังว่าคงจะมีวิธีการเก็บรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้
ไม่ใช่เลิกจ้างอย่างที่หลายคนวิตกอยู่
รัฐบาล คงจะต้องมีนโยบายชัดเจนในการดูแลพนักงาน
จะทำอย่างไรต่อไป ลักษณะที่ win/win ทั้งสองฝ่าย
ผมขอให้กำลังใจมา ณ ที่นี้ เพราะ ITV
มีบุคลากรด้านสื่อที่มีความสามารถและประสบการณ์มากมาย
ผมดีใจที่จะมีรายการโทรทัศน์ที่จะเน้นสาระมากขึ้น
เพราะคนไทยต้องมีทางเลือกในการบริโภคสื่อ
ซึ่งสื่อในปัจจุบันต้องขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของธุรกิจ ผมเป็นตัวอย่างที่
มุ่งมั่นทำสื่อเพื่อความรู้มากว่า 13 ปี เห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้น
เพราะไม่มีธุรกิจมาสนับสนุนอย่างแท้จริง และต่อเนื่อง
รัฐบาลยุคพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
จะปฏิรูปสื่อให้เน้นประโยชน์ส่วนรวมมากขึ้น แทนที่จะเป็นเรื่องธุรกิจอย่างเดียว
จึงเป็นสิ่งที่คนไทยรอคอยและสนับสนุน
ส่วนรายการเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ยังมีจนกระทั่งปลายเดือนธันวาคมนี้
ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.40-22.45 น. และย้ำว่า
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ขัดแย้งกับการเจริญเติบโต (ขยายตัว)
ทางเศรษฐกิจหรือการแข่งขันในระดับโลกแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามกลับทำให้การขยายตัวและการแข่งขันมีความยั่งยืน
เพราะจะกระตุ้นให้คนไทยบริหารความเสี่ยง มีวินัยทางการเงิน มีภูมิคุ้มกัน
ผมไม่อยากให้คนในสังคมคิดว่า เศรษฐกิจพอเพียงไม่สนใจการสร้างความเจริญ
แต่เป็นการสร้างความเจริญบนพื้นฐานที่มั่นคง โดยเฉพาะเรื่องวินัยทางการเงิน
ขอขอบคุณผู้อ่านจำนวนมากที่กรุณาติดตามข้อเขียนของผม
โดยเฉพาะกลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาหลายท่าน
ก็เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ หลายท่านเข้าไปดู Blog ของผมเป็นประจำ
ซึ่งมีคนดูเพิ่มขึ้นเกือบจะ 10,000 คนต่อเดือน แต่อยากจะขอว่า
เมื่อดูแล้วให้ช่วยแสดงความเห็นต่อด้วย
ผมในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมด้วยสมาคมนักเรียนเก่า/ศิษย์เก่าอีก
11 แห่ง อาทิ สมาคมนักเรียนเก่าสุทธิวราราม สตรีวิทยาสมาคม
สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาในพระบรมราชูปถัมภ์ ราชบพิธสมาคม
สมาคมศิษย์เก่าชิโนรส สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์
สมาคมนักเรียนเก่านวลนรดิศ สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาคมนักเรียนเก่าศึกษานารี สมาคมศิษย์เก่าสันติราษฎร์
และสมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเษกโดยการนำของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส
และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โดยคุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ และคุณชัยวัฒน์
ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ร่วมกับบริษัท อาร์เอส จำกัด
(มหาชน) โดยคุณสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ จะจัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "เราจะเป็นคนดี"
ในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2550 ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ผมได้ร่วมงานแถลงข่าว เมื่อวันอังคารที่ 12
ธันวาคมที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเน้นความดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อน
แล้วจึงเน้นความเก่ง สังคมจึงจะไปรอดและยั่งยืน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ผมชื่นชมพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่เป็นตำรวจที่มีความกล้าหาญ
มีภาพลักษณ์เป็นคนดีของสังคม งานครั้งนี้จะนำรายได้สนับสนุนโรงเรียน 12 แห่ง
ทำโครงการต่อเนื่อง การเริ่มต้นมีคอนเสิร์ตเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และ RS
จะมีอัลบั้มเพลง "ลูกของพ่อ" แสดงการทำดีเพื่อพ่อหลวง
แต่ต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องและวัดผลได้
โครงการแบบนี้คือ การนำ
- ศิลปิน ดารา
- โรงเรียน 12 แห่ง
- ธุรกิจน้ำมัน
มาร่วมกัน ผมคิดว่าจะสามารถขยายผลได้มาก
ในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดด้วย เพราะสังคมไทยสนใจดารา นักร้อง ศิลปิน
ทำให้บันเทิงมีสาระด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง คือ ผมได้รับเชิญจากบริษัท Indorama
ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมลงทุนโดยชาวอินเดีย ทำธุรกิจหลายอย่างเช่น ปิโตรเคมี
กรดเคมี เป็นต้น ไปทำ workshop กับผู้บริหารประมาณ 30 คน
การทำงานในอนาคตของคนไทยต้องเป็นการทำงานร่วมกับชาติอื่นๆ มากขึ้น
คนไทยจะต้องปรับตัวเองให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่เกิดขึ้นแบบไร้พรมแดน
ในโลกยุคใหม่ ดังนั้นความไม่เข้าใจกันระหว่างความหลากหลาย
ความแตกต่างทางวัฒนธรรม จึงเป็นจุดที่สำคัญที่ทำให้ไม่เกิดความสำเร็จในการทำงาน
ในวันนั้นผมได้ทำ workshop เน้นเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership) โลกาภิวัตน์
(Globalization) และการเปลี่ยนความคิด (Change of mind set) ของบริษัท
Thai-India แสดงให้เห็นว่าความหลากหลายของวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่เกิดพลังได้
ถ้ามี
- การสื่อสารที่ดีในองค์กร
- การอภิปรายอย่างเปิดใจ open discussion
- การพบกันครึ่งทาง รู้เขารู้เรา win/win
- การสร้างภาวะผู้นำของคนไทย เพื่อจะได้ต่อรองกับผู้ลงทุนต่างชาติ
ผมคิดว่า หลักสูตรที่สำคัญในอนาคตระดับปวส.และมหาวิทยาลัย
ไม่ใช่สาระแบบเดิมเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจเรื่อง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เพราะแรงงานไทยจะต้องทำงานร่วมกันกับชาติต่าง ๆ มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่น
- ไทย/จีน
- ไทย/ญี่ปุ่น
- ไทย/อินเดีย
- ไทย/ตะวันออกกลาง
- ไทย/เมียนมาร์
- ไทย/ลาว
- ไทย/สหรัฐอเมริกา
- ไทย/เกาหลี
และชาติอื่นๆ อีกมากมาย จุดที่สำคัญคือ การเรียนระดับปวส.
และปริญญาตรี ควรมีหลักสูตรเกี่ยวกับการเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ผมจะให้เวลากับการแลกเปลี่ยนเรื่อง HR กับอินเดียมากขึ้น
เพราะสังคมอินเดียเป็นสังคมที่เน้นความคิด
- ความคิดเชิงวิเคราะห์
- ความคิดเชิงยุทธศาสตร์
- ความคิดเชิงระบบ
ขณะที่คนไทยเก่งในเรื่องบริการลูกค้า ความอ่อนหวาน
ความสุภาพ ชอบสบายและอะไรๆก็ไม่เป็นไร" บางครั้งคิดไม่เป็นไม่กระตือรือร้น
ไม่เขย่งไปสู่ความเป็นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อว่า Asia ใน 20 ปีข้างหน้า
จะนำโลกในเรื่อง HR หลายด้าน
โลกตะวันตกคงต้องหันมาศึกษาความเป็นเลิศของตะวันออกในด้านทรัพยากรมนุษย์ด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
09
- 12 - 49 |
ประสบการณ์กับความหนุ่มแน่น |
|
|
ประสบการณ์กับความหนุ่มแน่น
สัปดาห์นี้ ผมมีหลายเรื่องที่จะเล่าสู่กันฟัง
เรื่องแรก
ผมได้เข้าไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในนามนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา
พวกเราชาวนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์รู้สึกปลาบปลื้มที่มีโอกาสได้เข้าไปถวายพระพร
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับฟังพระราชดำรัสซึ่งมีแนวคิดของพระองค์ท่านหลายเรื่อง
เรื่องที่สำคัญมาก คือ อายุและประสบการณ์ ดูเหมือนว่า
สื่อมวลชนของไทย มักจะมองคนที่สูงอายุในทางลบมากกว่าทางบวก
ในขณะที่พระองค์ท่านทรงเห็นว่า บุคลากรที่เข้าไปรับใช้ชาติ
โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีชุดพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ถึงจะมีอายุมาก
แต่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และรอบคอบ สุขุม ควรจะให้กำลังใจ
ผมค่อนข้างจะคล้อยตามแนวคิดดังกล่าว เพราะปัจจุบันอายุเป็นเพียงตัวเลข
จริงอยู่ที่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ใครที่มีอายุ 60
ปีขึ้นไปถือว่าหมดสภาพ แต่ในปัจจุบัน การออกกำลังกาย การควบคุมอารมณ์
การบริโภคโภชนาการที่ถูกต้อง การสะสมประสบการณ์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ทำให้ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปยังทำคุณประโยชน์ต่อชาติได้ดี
ผมได้ข้อมูลที่น่าสนใจ อยากจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า
คณะทำงานศึกษาปัญหาอิรักที่ Bush ตั้งขึ้นมา ปรากฏว่า อายุของแต่ละคน มีเลข 7
ขึ้นหน้าแล้วแทบทั้งนั้น ผมจึงนำข้อมูลมาให้ดู ดังนี้
- James Baker ทนายความ อายุ 76 ปี
- Lee Hamilton ทนายความ อายุ 75 ปี
- Sandra Day O'Connor ทนายความ อายุ 76 ปี
- Lawrence Eagleburger นักการทูต อายุ 76 ปี
- Edwin Meese III ทนายความ อายุ 74 ปี
- Alan Simpson ทนายความ อายุ 75 ปี
- Vernon Jordan ทนายความ อายุ 71 ปี
- Leon Panetta ทนายความ อายุ 68 ปี
- William Perry วิศวกร อายุ 79 ปี
- Charies Robb ทนายความ อายุ 67 ปี
ดังนั้น สังคมไทยและสื่อไทย น่าจะปรับทัศนคติ (Mindset)
ให้เห็นความสำคัญและคุณค่าของคนสูงอายุที่มากด้วยประสบการณ์
มากกว่าที่ควรจะเป็นปัจจุบัน
สัปดาห์นี้สำหรับผมเป็นสัปดาห์ของ Local/Global
ผมบินไปประชุม APEC HRD ซึ่งกระทรวงแรงงาน จัดเป็นประจำทุกปีที่ญี่ปุ่น
ในวันที่ 5-6 ธันวาคมที่ผ่านมา ปีนี้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของภาคเอกชน
ที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศต่าง ๆ ใน APEC
ผมในนามของประธาน (Lead Shepherd) ได้กล่าวเปิดการประชุม โดยเน้นว่า
ภาคเอกชนในประเทศไทยหรือใน APEC มีส่วนในการช่วยอย่างยิ่ง
ให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรต่าง ๆ ดีขึ้น ด้วยเหตุผล 3 ประการ
- เอกชนจะรู้ความต้องการของทักษะและความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ ภาครัฐจะนำทาง
Supply แต่ภาคเอกชนจะเก่งเรื่อง Demand
- ภาคเอกชนจะกระตุ้นให้พนักงาน มีความคิดสร้างสรรค์ สร้าง Ideas ใหม่ๆ
ในการทำงานตลอดเวลา
- ภาคเอกชนจะเน้นเรื่องนวัตกรรมในการพัฒนาบุคลากรมาก
เรื่องนี้จึงอยากจะฝากกระทรวงแรงงานของไทยให้ความสำคัญด้วย
การสร้าง Private/Public Co-operation
คือการให้รัฐและเอกชนร่วมมือกันมากขึ้นในการพัฒนาฝีมือและความรู้ของแรงงานไทย
ผมได้แนวคิดที่น่าสนใจคือ ในยุคโลกาภิวัตน์
บริษัทข้ามชาติที่มาทำธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนา น่าจะช่วยประเทศเหล่านั้น
โดยการนำประสบการณ์มาช่วยพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะพัฒนาการศึกษา หรือพัฒนา SME's
ด้วย
มีตัวอย่างบริษัทข้ามชาติญี่ปุ่นในประเทศอินโดนีเซีย
ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น จัดตั้งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและโรงเรียน ช่วย
SME's ได้ด้วย ตัวอย่างเหล่านี้น่าจะนำมาใช้ในประเทศไทยบ้าง เช่นให้ TESCO
LOTUS หรือร้าน 7 eleven พัฒนาธุรกิจเล็กๆ หรือโชห่วยร้านค้าปลีกของเรา โดยให้
อบต. หรือเทศบาลมีส่วนร่วมด้วย
กลับจากญี่ปุ่น
วันรุ่งขึ้นผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ Lingnan University
จากฮ่องกง ซึ่งจัดการประชุมประจำปีของ Academy of International Business (AIB)
ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี กรุงเทพฯ
ให้ผมเป็นองค์ปาฐก พูดถึงเรื่อง Global vision กับ Local competence
ผมเน้นว่า โลกาภิวัตน์คงจะอยู่กับไทยอีกนาน ทำอย่างไร
เราจะฉกฉวยโอกาสและหลีกเลี่ยงการคุกคาม เช่น เรามี Internet
ก็ใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น อย่าใช้เพื่อเล่นเกมส์หรือดูแต่เรื่องที่ไม่ดี
หรือเยาวชนหลงใหลวัตถุนิยม โดยไม่เห็นคุณค่าของสังคมและวัฒนธรรมไทย
ผมยังได้ยกตัวอย่างว่า
ไทยน่าจะเน้นสาขาการผลิตที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก
มากกว่าที่จะผลิตหรือแข่งขันในสิ่งที่เราไม่เก่ง เช่น
- การท่องเที่ยว
- อาหาร
- การแพทย์
- Spa
- ธุรกิจ เช่น รถยนต์ หรือ เซรามิก (Ceramics)
แทนที่จะแข่งกับเขาทุกๆ เรื่อง
สุดท้าย ผมได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีแรงงาน คุณอภัย จันทนจุลกะ
ร่วมกับปลัดและอธิบดีหลายคน
ปรึกษาหารือกันที่จะสร้างให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
หลายเรื่องที่ผมรับฟังและจะช่วยขับเคลื่อนให้กระทรวงแรงงานไปสู่การสร้างศักยภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืนในอนาคต
ผมคิดว่าความเอาใจใส่ของท่านรัฐมนตรีคือ แสวงหาความรู้ใหม่ๆ จากผู้รู้ข้างนอก
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวง ผมเรียกระบบนี้ว่า Outside - In ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
02
- 12 - 49 |
ร่างรัฐธรรมนูญ : แนวดร.อมร กับ 2 R's
|
|
|
ร่างรัฐธรรมนูญ : แนวดร.อมร กับ 2 R's
ปีนี้ฝนตกมากกว่าทุกปี อากาศยังคงร้อน
สิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ไม่มีใครทายได้ คนไทยต้องใฝ่รู้
ความรู้ที่วิเคราะห์ได้และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม
เรื่องแรกที่คาดไม่ถึงคือ
การแข็งตัวของค่าเงินบาท ขณะนี้ประมาณ 36 บาท ท่านคงจำได้ว่า
เงินบาทเคยอ่อนตัวมากถึง 56 บาท และมีแนวโน้มว่าจะไปถึง 100 บาท
วันนี้เหตุการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไปมาก
ผมคิดว่า
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำมาประยุกต์ได้ 100% คือ
เมื่อช่วงที่เงินบาทอ่อนตัว
ผู้ส่งออกได้กำไรเกินไปอย่างคุ้มค่า แต่ถ้าการได้กำไร ไม่รู้จักพอประมาณ
เช่นเก็บเงินไว้ลงทุนในการพัฒนาคน ระบบการบริหารจัดการ หรือพัฒนาเทคโนโลยี
เมื่อการส่งออกเริ่มติดขัด จะขอให้รัฐบาลช่วย เรียกว่า เลี้ยงไม่โต
เพราะไม่ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน
อัตราแลกเปลี่ยนคือส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์
ต้องมีภูมิคุ้มกัน หรือบริหารความเสี่ยงให้ได้
คงมีผู้ส่งออกที่มีคุณธรรมและมีปัญญา มองไปข้างหน้า
พัฒนาสินค้าและการบริการอย่างต่อเนื่อง น่าจะอยู่รอด
แต่ผู้ส่งออกประเภทที่ได้ดีเพราะโชค ( อัตราแลกเปลี่ยน ) ใช้จ่ายเกินตัว
ลงทุนไร้สาระ คงจะไม่ยั่งยืน
อธิบดีราเชนทร์ พจนสุนทร ซึ่งเคยอยู่กรมการค้าต่างประเทศ
ได้ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก จะเป็นบุคคลที่ผู้ส่งออกควรจะรับฟัง
เพราะท่านมองการค้าเสรีแบบยั่งยืน
ลงทุนในการพัฒนาบุคลากรของกรมการค้าต่างประเทศมาตลอด
และมาอยู่กรมส่งเสริมการส่งออก คงจะช่วยพัฒนาผู้ส่งออกให้เน้นคุณภาพสินค้า
การใช้นวัตกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ได้อย่างยั่งยืน
จึงเป็นจังหวะดีให้ผู้ส่งออก หันมาพัฒนาสินค้า พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท
ซึ่งต้องอยู่ที่ mindset ของผู้ส่งออกไทย
ผมคงมีโอกาสได้ร่วมงานกับกรมส่งเสริมการส่งออกต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ทำคือ
การสร้างภาวะผู้นำของผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โดยเน้นความร่วมมือระหว่างกลุ่ม PACRIM ซึ่งถือลิขสิทธิ์ 7 Habits กับกลุ่ม
Chira Academy และมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
โดยไปสัมมนากันอย่างสนุกที่โรงแรมแก่งสะพือรีสอร์ท ริมแม่น้ำมูล และจบอย่างดี
ด้วยการมองเรื่อง Innovation หรือนวัตกรรมในยุคใหม่ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผมทำมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ค้นพบปัจจัยไปสู่ความสำเร็จ 4 เรื่อง
- เรื่องแรกคือ การเรียนยุคใหม่ต้อง 2 R's เน้นความจริง (Reality)
และตรงประเด็น ( Relevance )
- การเรียนยุคใหม่ต้อง 4 L's และเน้น Coaching กับ Mentoring
- การเรียนยุคใหม่ต้องมีผู้นำเอาใจใส่อย่างจริงจัง เช่นครั้งนี้ อธิการบดี
ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ ไปร่วมฟัง และรองอธิการบดีทุกคนให้ความสนใจ
- มีการสร้างความต่อเนื่องว่าจะทำอะไรต่อไปก็สำคัญ
- มีความสนุกและอารมณ์ร่วมในการเปิดใจและรู้จักกันเป็น Teamwork
ต่อไปในการทำงาน
ผมสำรวจเรื่องภาวะผู้นำ ในช่วงแรกของผู้นำที่นี่ เขาจะไม่เน้น Team work
กับวิสัยทัศน์ แต่พออยู่ด้วยกัน จะรู้ว่า
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคณะคือ ความสำเร็จของการสัมมนาที่สุดยอด
เขาจะไว้ใจกัน ( Trust ) มากขึ้น
นอกจากนี้ผมได้ไปเยี่ยมที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม พบว่าอุทยานนี้
เป็นแหล่งการเรียนรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นักเรียนมัธยมและครูควรจะหาโอกาสไปใช้อุทยาน เป็นสังคมการเรียนรู้แบบใหม่
ขอขอบคุณหัวหน้าอุทยาน คุณอุทัย พรมนารี และลูกศิษย์ปริญญาเอกของผม คุณวินัย
โสมณวัตร์
ผมได้มีโอกาสเห็นนักเรียนมัธยมจากจังหวัดจันทบุรี
มาสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การเรียนรู้ในอุทยานน่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจในอนาคต
สุดท้าย ทุกคนต้องช่วยกันดู เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอเสนอว่า
แม้ว่าจะมีสมัชชาแห่งชาติ รัฐบาลควรรับฟังแนวคิดของ ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์
อย่างมาก เพราะท่านมีประสบการณ์มากมาย มีประเด็นสำคัญที่จะเสนอแนะ
การร่างรัฐธรรมนูญต้องเน้น 2 R's
- ความจริง
- และตรงประเด็น
คือเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ต้องมีมาตรามากมาย เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับ 2540
และพยายามสะท้อนคุณภาพของทรัพยากรและการศึกษา ความหลากหลายของวัฒนธรรม
เน้นคุณธรรม จริยธรรมมาก ๆ บางครั้งเราไปใช้ตำราฝรั่งมากเกินไป เช่น
บางส่วนมาจากฝรั่งเศส บางส่วนมาจากเยอรมนี เราควรจะดูพื้นฐานของสังคมไทย
และความหลากหลายของภาคต่างๆ ด้วย
จีระ
หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
25
- 11 - 49 |
บทบาทผู้นำ 3 แนว
|
|
|
บทบาทผู้นำ 3 แนว
ผมได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัยฯ
ไปที่หลวงพระบางกับคณะลูกศิษย์ 10 คนโดยการนำของคุณชำนาญ บัวทวน
ลูกศิษย์กลุ่มนี้เป็นผู้ที่ทำงาน
-
ต่อเนื่อง
-
สร้างมูลค่าเพิ่ม
-
เรียนรู้ตลอดชีวิต
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศลาวซึ่งประเทศไทยจะมีบทบาทที่สำคัญ
โดยเฉพาะประเทศลาวกำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
มหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์
เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ที่ตั้งอยู่ในหลวงพระบางมาเพียง 3 ปี อธิการบดีคำผาย
ศรีสวัสดิ์ และรองอธิการบดี
มาต้อนรับคณะของเราซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ในการส่งอาจารย์ของลาวมาเรียนปริญญาโท ที่ขอนแก่น และเชียงใหม่
เพื่อจะกลับไปเป็นอาจารย์ และจะทำมากขึ้นในอนาคต
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้มาลงทุนสร้างตึกให้คณะวิศวกรรมศาสตร์
ประเทศไทยยังไม่เอาจริงกับนโยบายต่างประเทศแบบยั่งยืน การใช้ความรู้ต่าง ๆ
ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นการทูตภาคประชาชนที่สำคัญมาก
เมื่อพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประเทศลาวได้ดำเนินการมาตลอด การเรียนในมหาวิทยาลัยของเขา
เขาไม่ได้เน้นเรื่องความรู้เพื่อไปสู่ตลาดแรงงานเท่านั้น
เขาจะเน้นความพอเพียง พอประมาณ และการสร้างคุณธรรม จริยธรรม
ให้บัณฑิตแบ่งปันเวลาและความรู้ให้สังคมตลอดเวลา
ท่านควรจะหาโอกาสมาเที่ยวหลวงพระบาง เพราะเป็นเมืองที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี
วัฒนธรรมได้อย่างดี มีวัดวาอารามมาก
ชาวต่างประเทศจากยุโรปมาเที่ยวหลวงพระบางมาก และหลวงพระบางเป็นเมืองที่
UNESCO
ยกย่องเป็นมรดกโลก
ประเพณีการใส่บาตรของชาวหลวงพระบาง เป็นที่เลื่องลือทั่วโลก
ผมได้สัมผัสด้วยตัวเอง ใส่บาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า มีพระมากว่า 200 องค์
น่าประทับใจมาก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 13 คน
ได้ไปเปิดชุมชนการเรียนรู้เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ชาวบ้าน ที่วัดคูสว่าง
อบต. หนองกินเพล จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษา ร่วมรับฟังกว่า 150 คน
ประสบความสำเร็จเพราะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างหลากหลาย สรุปได้ว่า
เศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนา
นำเสนอโดย พระณรงค์ คำซาว คือ หลักอุ อา กา สะ ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐี ดังนี้
- อุ มาจาก อุฏฐสัมปทา มีความขยันหมั่นเพียรในทางทำงาน
- อา มาจาก อารักขาสัมปทา ต้องรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้
- กะ (กา) มาจาก กัลยาณมิตร รู้จักคบหามิตรที่ดี
- สะ มาจาก สมะชีวิตา ต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบ (สะสมทรัพย์)
เศรษฐกิจพอเพียงคือ พอประมาณ มีเหตุมีผล
มีภูมิคุ้มกัน เป็นเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ หนทางไปสู่ความเป็นเศรษฐีโดยตนเอง
และคือการกลับไปสู่รากเหง้าของเราซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรม
สิ่งที่สำคัญคือ
ทุกคนที่เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจะสามารถนำไปปรับพฤติกรรมของตัวเองได้หรือไม่
นอกจากนี้ในวันเสาร์ที่ 25
พฤศจิกายน ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ผมจะไปจัดหลักสูตรการเรียนรู้ 7
อุปนิสัยของผู้ทรงประสิทธิภาพสูง (7
Habits)
ให้แก่คณบดีและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 60 คน
พร้อมรับการบรรยายเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์กับนวัตกรรม โดยคุณศุภชัย หล่อโลหการ
ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ รวมทั้งเรียนรู้ผลกระทบจากโลกาภิวัตน์
และวิธีการคิดต่าง ๆ โดย ดร.เฉลิมพล เกิดมณี และเรื่องภาวะผู้นำโดยผมเอง
เน้นให้เห็นถึงบทบาทต่าง ๆ ของผู้นำ
และในวันเสาร์นี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์
จะเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
ให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดซึ่งเป็นปีที่ 7 แล้ว
ยังความปลื้มปิติ ให้แก่บัณฑิตเหล่านั้น
สัปดาห์นี้ ขอชมเชยนายกรัฐมนตรี ที่ได้พบผู้นำระดับโลกในการประชุมผู้นำ
APEC
ท่านทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทราบว่าจะไปอธิบายให้ชาวยุโรปได้ทราบอีก
ผมขอให้กำลังใจและรักษาสุขภาพด้วย
สุดท้าย ผมมีโอกาสได้พูดเรื่องบทบาทภาวะผู้นำให้กลุ่มธนชาติ
ขอเสนอให้เห็นแนวคิดของ 3 นักคิดคือ
Stephen Covey, Jack Welch
และของผมเอง
ซึ่งผู้อ่านอาจนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
|
Stephen
Covey |
Chira
Hongladarom |
Jack
Welch |
|
1) Path
finding คือ ผู้นำต้องสร้างวิสัยทัศน์และแสวงหาอนาคต |
1) Crisis
Management คือ ผู้นำต้องแก้ปัญหาวิกฤต ขององค์กรได้ |
1) Energy
คือ ผู้นำต้องมีไฟ |
|
2)
Aligning คือ ผู้นำต้องสร้างระบบการทำงานให้ทุกส่วนไปในทิศทางเดียวกัน |
2)
Anticipate change. คือ ผู้นำต้องดักปัญหาล่วงหน้า |
2)
Energize คือ ผู้นำจะต้องกระตุ้นให้ทุกคนมีศักยภาพ
ทำงานในทิศทางเดียวกันและมีพลัง |
|
3)
Empowering คือ
ผู้นำต้องมอบอำนาจแก่ผู้ร่วมงานให้แสดงความสามารถและศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ |
3)
Motivate people to be excellent. คือ
ผู้นำต้องกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเป็นเลิศ |
3) Edge
คือ ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ โดยใช้จังหวะฉกฉวยให้ดี |
|
4) Role
Model คือ ผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น |
4) Create
new opportunities. คือ ผู้นำต้องสร้างโอกาสใหม่ ๆ
โดยใช้จังหวะและความเร็ว |
4)
Execute คือ ผู้นำต้องทำให้เสร็จและสำเร็จ วัดผลได้ |
ซึ่งทั้ง 3 แนว จะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย ต่อการมองภาวะผู้นำใน
ธนชาติ ผู้อ่านลองไปสำรวจตัวเองว่า ชอบแบบไหน และจะปลูกฝังภาวะผู้นำได้อย่างไร
แต่ทั้ง
3
แนวนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมและจริยธรรม
|
|
18 - 11 - 49 |
ปลูกฝังเศรษฐกิจพอเพียงต่อเยาวชน
|
|
|
ปลูกฝังเศรษฐกิจพอเพียงต่อเยาวชน
ท่านที่มีโอกาสดูสารคดีสั้น 5 นาทีเฉลิมพระเกียรติ
"เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์" ทาง โทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.40-22.45 น.
คงช่วยให้คนไทยมีความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงดีขึ้น และมีโลก ทัศน์ที่กว้าง
ทันโลก มองความยั่งยืน ผาสุกได้
สื่อเป็นจุดสำคัญในการกระจายข่าวไปสู่ประชาชน
สื่อเชิงฐานความรู้ที่ทำอย่างต่อเนื่องมีน้อย มาก
คนไทยจึงบริโภคสื่อเพื่อความบันเทิงมากกว่า จะเห็นได้ว่า
ในโทรทัศน์ปัจจุบันมีเรื่องเกี่ยวกับ ความรู้น้อยมาก มีละครและเกมโชว์เป็นหลัก
เพราะขึ้นอยู่กับ Rating ของผู้ชม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงค่านิยม
ของคนไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร
ผมทำสื่อมากว่า 13 ปี อย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่อง เรื่อง
HR หากไม่มีสื่อช่วย คงจะลำบาก เพราะ เป็นเรื่องที่ไกลตัว
ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ
รายการ"เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์"จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เพราะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ของ 3C + 1P คือ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ และศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กับ ดร.ปรียานุช
พิบูลสราวุธ
จะมีการนำเอารายการนี้ ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดำริที่ จะทำ DVD อีก 1 หมื่นชุด
เพื่อแจกไปตามโรงเรียนต่าง ๆ เพราะการเข้าถึงเยาวชน เป็นเรื่องสำคัญ หาก ไม่ทำ
เยาวชนคงจะถูกกระแสของสังคมพาไปสู่บริโภคนิยม คลั่งไคล้เงิน แฟชั่น ดารา และ
Brandname ต่าง ๆ มองข้ามคุณค่าของสังคม ไปนิยมทางตะวันตกมากเกินไป
เมื่อวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน
ผมในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรม ราชูปถัมภ์
ได้ไปสร้างสังคมการเรียนรู้ ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า จ. กาญจนบุรี
ให้เปรียบเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบทักษิณว่าเป็นอย่างไร
เศรษฐกิจพอเพียงสามารถช่วย ชุมชน ครอบครัว และโรงเรียนได้อย่างไร
ทั้งครูและนักเรียนช่วยกันแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ว่า
เศรษฐกิจพอเพียงกับระบบทักษิณเชื่อมโยงกันได้ คือ
นโยบายของระบบทักษิณที่เน้นประชานิยม หาก
เราให้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน
ให้รู้จักนำเงินที่รัฐบาลช่วยมาใช้ประโยชน์ โดยใช้ ความสามารถ
เหตุผลและความจำเป็นของเรา สร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้น
เงินจำนวนมากที่ระบบทักษิณ ให้แก่ชาวบ้านก็จะเกิดประโยชน์ คุ้มค่า
สามารถช่วยครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนได้ ไม่ใช่ฟุ่มเฟือยไป กับมือถือ
หรือสิ่งที่ไม่จำเป็นอื่น ๆ
นอกจากนั้น ผมได้ไปสร้างชุมชนการเรียนรู้เรื่อง
"เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์" ที่โรงเรียน ท่าม่วงราษฎร์บำรุง จ.กาญจนบุรี
มีครูและนักเรียนร่วมทำ workshop อย่างมากมาย ในโจทย์ว่าโลกาภิ วัตน์คืออะไร
มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร และเศรษฐกิจพอเพียงไปช่วยให้เราพัฒนา
และรู้ทันโลกาภิวัตน์ อย่างไร
มีผลว่า โลกาภิวัตน์มีทั้งโอกาส ในเรื่องการค้า การลงทุน
การศึกษา การค้นคว้าหาความรู้ ขณะเดียวกันก็มีการถูกคุกคาม
โดยเฉพาะต่อวัฒนธรรมที่ดีของประเทศไทย เช่น โคโยตี้ (Coyoty) หาก
ประชาชนเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วยให้เขารู้เท่าทันโลกาภิวัตน์ว่าเป็นอย่างไร
จะรับมืออย่างไร จะต้องมีเหตุผล เข้าใจตนเอง และสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเขา
โดยไม่หลงไปกับสิ่งต่าง ๆ จากตะวันตกที่ไม่ เหมาะกับเรา
ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ผมจะไปสอนปริญญาเอก
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งในช่วงบ่าย จะเข้าไปชุมชน
อบต. หนองกินเพล ข้างมหาวิทยาลัย เปิด โอกาสให้ลูกศิษย์ปริญญาเอก 12 คน
ช่วยกันแสดงความเห็น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ถกเถียงกันถึง
ความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงต่อระดับเทศบาล , อบต. และอบจ.
ของจังหวัดอุบลราชธานี การ ปลูกฝังและปรับพฤติกรรมของผู้นำท้องถิ่น
เพื่อไปถ่ายทอดให้ชาวบ้านด้วย
ทั้ง 3 เรื่องนี้ คงจะเกิดไม่ได้
ถ้าเราไม่มีเทปรายการ"เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์" ที่จะไป เปิดให้ประชาชนดู
ซึ่งผมจะเสริมประเด็นต่าง ๆ ที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
และสนุกกับการเรียนรู้
ทั้งหมดนี้จะไปสู่โครงการที่ผมได้นำเสนอไปที่กระทรวงมหาดไทย ใน 12
เดือนข้างหน้า โดยจะ คัดเลือกผู้นำท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ในระดับอบจ. ,
อบต.และเทศบาลทั้งหมด 5,000 คน จะสร้างสังคม การเรียนรู้แบบ 4 L's
ร่วมมือกับ PACRIM ซึ่งมีลิขสิทธิ์ 7 Habits
ทำสัมมนาทางวิชาการและนำไปปฏิบัติ 3 วัน จะ เน้นถึงอุปนิสัย 7
อย่างที่ผู้บริหารท้องถิ่น ควรนำไปปรับตัวเองให้ดีขึ้น เช่น Be proactive ,
การตั้ง จุดหมายของเรา ( Begin with the end in mind ) , การรู้จักความสำคัญ (
put first things first ) , การ ทำงานที่เน้น win/win , การเข้าใจผู้อื่นก่อน (
Seek first to understand and then to be understood ) , การทำงานโดยร่วมมือแบบ
Synergy , และการเป็นสังคมการเรียนรู้ ( Sharpen the saw )
หลังจากนั้นจะเป็น
- เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยร่วมมือกับทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
อนุกรรมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ที่มี ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ
เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง
- ประชาธิปไตยกับสังคมไทยและวัฒนธรรมไทย
โดยมีทีมงานรัฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์มาร่วมด้วย
- การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้ชาวบ้านคิดเป็น
โดยจะนำเสนอการเรียนรู้แบบ 4 L's ประยุกต์ กับท้องถิ่น
การร่วมมือดังกล่าว
จะทำโดยให้ผู้นำท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง
ผมมั่นใจว่าการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้
จะประสบความสำเร็จในมุมกว้างและ กระจายไปทุกภาคของประเทศ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้สำเร็จและได้ผลภายใน 1 ปี
การเลือกตั้งแบบ ประชาธิปไตย ที่มีการหาเสียงแบบประชานิยมเป็นหลักจะกลับมาอีก
รัฐบาลยุคพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เน้นเรื่องการปฏิรูป
หากจะทำให้ระบบทักษิณลดความสำคัญไป โดยการสร้างให้คนไทยคิดเป็น วิเคราะห์เป็น
จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
สัปดาห์นี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ( คมช.) และรัฐบาลถูกโจมตีหนัก
ผมขอให้กำลังใจ เพราะความดี ความซื่อสัตย์ของนายกฯสุรยุทธ์
จะคุ้มครองท่านได้อย่างแน่นอน บางครั้งคนไทยก็รีบร้อน
ตัดสินใจหรือเปลี่ยนใจเร็วไป
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้ฟังรายการวิทยุ 96.5 MHz ของผม ส่ง SMS มาว่า
ยุคคุณทักษิณอยู่ตั้ง 6 ปี ยังรอได้ แต่ยุคคุณสุรยุทธ์ผ่านไปเพียง 1
เดือนก็โจมตี ท่านนายกฯ คงต้องอดทนและอดกลั้น
คณะรัฐมนตรีต้องเอาใจใส่กับการทำงานภายใน 1 ปีบ้าง
ต้องคิดวางแผนการทำงานเชิงลำดับ ความสำคัญทุก ๆ วัน
เพื่อให้งานที่จำเป็นลุล่วงไปได้ดี เรื่องระยะยาวก็รอได้ โดยเฉพาะการผ่าน
กฎหมายในสภา เพราะเป็นโอกาสที่ดี
ผมโชคดีที่รัฐมนตรีบางท่านที่รู้จัก ริเริ่มงานบางอย่าง ได้กรุณาเล่าให้ผมทราบ
และขอความเห็น เช่น รัฐมนตรีแรงงาน คุณอภัย จันทนจุลกะ
ขอให้ผมช่วยดูกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่
จะเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ผมดีใจที่กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่นที่ ท่านรัฐมนตรีพูด
ปัจจุบันเป็นยุคการแข่งขัน รัฐบาลและกระทรวงแรงงานต้องสร้างคุณภาพแรงงานให้
สูงขึ้น กระทรวงแรงงานไม่ใช่กระทรวงด้านสวัสดิการแรงงานเท่านั้น
แต่เป็นกระทรวงในการสร้างแรงงาน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ที่ต้องยั่งยืน เพราะทักษะกับความรู้เปลี่ยนตลอดเวลา แต่นโยบาย ต่าง ๆ
ไม่ได้ออกมาตามนี้ เพราะข้าราชการมีความเข้าใจในมุมแคบ ๆ
ส่วนคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ได้เล่าให้ผมทราบว่า
ในยุคโลกาภิวัตน์ บทบาทของวัฒนธรรมไทยจำเป็นมาก โดยเฉพาะค่านิยมของเยาวชน
ที่เน้นวัตถุ และสิ่งที่ได้มาง่าย ๆ ท่านยังเร่งรัดที่จะมีสื่อ สารคดีดี ๆ
ทางโทรทัศน์ มากระตุ้นให้เยาวชนไทย หวงแหนวัฒนธรรม และ ค่านิยมดี ๆ
ของคนไทยในอดีต โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งปัน ความพอประมาณ และมองส่วนรวมมากกว่า
ส่วนตัว สัปดาห์นี้ ขอให้จับตาดูประเทศเวียดนาม ซึ่งเพิ่งเป็นสมาชิก WTO
และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ APEC รัฐบาลเขามองไกล
ไม่เน้นการตลาดแบบรัฐบาลไทยในอดีต แต่เน้นความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ เขา
เน้นทรัพยากรมนุษย์ ผมอิจฉาประเทศเวียดนามครับ
จีระ
หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com |
|
11 - 11 - 49 |
นิตยสาร Time :
ยกย่องกษัตริย์ไทย
|
|
|
นิตยสาร Time :
ยกย่องกษัตริย์ไทย
ต้องยอมรับว่า ปี 2549
ซึ่งเป็นปีที่คนไทยทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ
60 ปี เป็นปีแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง หนังสือพิมพ์ Time ฉบับ Asia
Edition เล่มล่าสุด
ยังสดุดียกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักของเราว่า
เป็นวีรบุรุษของเอเชีย
การที่หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ยกย่องกษัตริย์ของเรา
เขาได้มีการทำวิจัยอย่างรอบคอบ ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ
ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจและโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 60 ปีที่แล้ว
ตั้งแต่สมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเป็นยุวกษัตริย์ และในช่วงนั้น
ระบบกษัตริย์ของเอเชียและของโลก ส่วนมากจะไม่มั่นคง
แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปจนถึงปัจจุบัน พบว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ
นำพาประเทศไทยไปได้อย่างสวยงาม
เช่น การช่วยเหลือประชาชน
พระองค์ท่านทรงมีความเพียรและเสียสละเพื่อประชาชนอย่างไม่หยุดยั้งมาตลอดเวลา
Time ยังพูดถึงโครงการพัฒนาต่าง ๆ กว่า 3,000 โครงการ
ทรงพระราชดำริขึ้นเพื่อประชาชน เพื่อช่วยให้ประชาชนคนไทยอยู่รอดจาก
ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และโลกาภิวัตน์ อันเป็นที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ยิ่งไปกว่านั้น Time
ยังได้พูดถึงปัญหาการเมืองที่เป็นวิกฤติใหญ่ 3 ครั้งที่ผ่านมา คือ
- ช่วง 14 ตุลาคม 2516
- ช่วง พฤษภาทมิฬ 2535
- ช่วงปฏิรูปการปกครอง ในปีนี้
พระองค์ท่านได้ทรงบริหารและฝ่าวิกฤติทางการเมือง
ได้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของคนไทยและสังคมไทย
นำพาประเทศรอดพ้นมาได้อย่างประสบความสำเร็จ
เหตุการณ์ระดับโลกเรื่องหนึ่งที่ผมติดตามการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด
คือการเลือกตั้งในสหรัฐ ที่หลายคนพูดว่า ปัญหาในปัจจุบันคือ โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว
และไม่มีอะไรแน่นอน เราจึงต้องทันเหตุการณ์ ทันโลกตลอดเวลา
จึงจะปรับตัวให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน
ดังเช่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เหตุการณ์ของโลกในสัปดาห์นี้ ที่กระทบเราไม่ทางตรง
ก็ทางอ้อม คือ การเลือกตั้งระหว่างปีของสหรัฐอเมริกา ถ้าพรรคเดโมแครต (
Democrats Party ) ชนะ ผมคิดว่าสันติภาพในโลก น่าจะดีขึ้น
นับตั้งแต่ เหตุการณ์ 9/11 ที่ผู้ก่อการร้ายถล่มตึก The
World Trade เป็นที่รู้กันว่า คนอเมริกันสนับสนุนพรรครีพับลิกัน ( Republican
party ) อย่างท่วมท้น ซึ่งเป็นพรรคที่พอใจกับการสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม
ไม่เน้นการประนีประนอม ค่อนข้างจะออกมาทางขวาจัด อนุรักษ์นิยม
และยึดศาสนาเป็นใหญ่ (Evangelists)
อย่างไรก็ตาม ใน 3 ปีที่ผ่านมา
ปัญหาสงครามอิรักก็ยังไม่จบสิ้น ยังคงยืดเยื้อต่อไป
มีทหารอเมริกันเสียชีวิตมากขึ้นทุกวัน ทำให้คนอเมริกันส่วนมาก
ไม่แน่ใจในความสามารถของประธานาธิบดี Bush และพรรคการเมืองของ Bush
สังคมอเมริกาเป็นสังคมที่ใช้ข่าวสารในการตัดสินใจ
พื้นฐานประชาชนของเขามีการศึกษาในระดับที่ดี เป็นประชาธิปไตย
จึงสามารถเปลี่ยนความนิยมได้อย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ทำให้พรรคเดโมแครต ( Democrats Party ) สามารถครองเสียงในสภาล่างได้ถึง 229
ที่นั่ง จาก 435 ที่นั่ง มากกว่าพรรค Republican ซึ่งได้เพียง 196 ที่นั่ง
ซึ่งเป็นการแปรผัน (swing vote) คะแนนถึง 33 ที่นั่ง ยังไม่ประกาศอีก 10
ที่นั่ง ทั้งที่ได้เพิ่มเพียง 15 ที่นั่ง ก็พอที่พรรค Democrats
จะมีเสียงข้างมากในสภาล่าง
ในขณะที่สภาสูง มีการแปรผัน (swing vote) คะแนนไปสู่พรรค
Democrats ถึง 5-6 ที่นั่ง ทำให้โอกาสที่พรรค Democrats
จะครองเสียงส่วนมากได้สำเร็จทั้งสองสภา
ระหว่างที่ผมเขียนต้นฉบับ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ นาย
Donald Rumsfeld ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง
เพื่อรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้
เหตุการณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ประชาธิปไตยของสหรัฐ
มีเหตุมีผล
ประชาชนของเขาใช้เหตุผลในการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเขา
ทั้งที่พรรค Republican ของ Bush เป็นพรรคของคนรวย มีเงินสนับสนุนมากมาย
แต่ก็แพ้อย่างขาดลอย เพราะประชาชนเห็นว่า นโยบายต่างประเทศประสบความล้มเหลว
แสดงว่าประชาชนของเขามีการศึกษาดีพอที่จะตัดสินใจ ผมคิดว่า
ประชาธิปไตยของไทยก็เช่นกัน ต้องสร้างให้ประชาชนมีการศึกษา มีเหตุมีผล
มีการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ใช่ใช้เงินเป็นหลัก มองการพัฒนาที่ยั่งยืน
มากกว่าการมองอะไรง่าย ๆ ที่เน้นระยะสั้น
ผมคิดว่า การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้
น่าจะดูพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยให้ดี
และร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการเมืองของไทย
ขณะเดียวกันควรพัฒนาความคิดของระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ให้เกิดจิตสำนึก
ให้คนไทยรู้จักหวงแหนและรักสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น
ผมจะพยายามช่วยในการสร้างคนในชนบทให้เป็นสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆให้มากขึ้น
โดยเน้นสังคมการเรียนรู้
สรุปคือ หลายครั้ง เราคิดว่านักกฎหมายกับนักรัฐศาสตร์
จะต้องดูแลเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ แต่นักการศึกษา นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
นักพัฒนาจิตวิญญาณ นักพัฒนาชุมชน น่าจะเข้ามามีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย
หากเป็นไปได้ น่าจะเน้นทฤษฎี 2 R's คือ
- Reality มองความจริงในสังคมไทย และพื้นฐานการศึกษาไทย
- Relevance ให้ตรงประเด็น
กำหนดมาตราที่สำคัญให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น
ซึ่งหลาย ๆ แนวคิด ( Ideas ) กำลังเกิดขึ้น เช่น
- การกำหนดวาระของนักการเมือง
- การได้มาซึ่งสภาสูงแบบไม่เลือกตั้ง
- นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง
- บทบาทของข้าราชการประจำในรัฐธรรมนูญ
- บทบาทของการศึกษาในรัฐธรรมนูญ
เหล่านี้เป็นเพียงแนวคิดที่อยากจะฝากให้หลาย ๆ
ท่านได้นำไปพิจารณา
สุดท้าย ขอเรียนว่า รายการ "คิดเป็นก้าวเป็น" ของผม ทาง
UBC 7 จะหยุดชั่วคราว เพราะทาง UBC มีนโยบายให้ช่อง UBC 7
เป็นสถานีข่าวอย่างเดียว แต่อีกไม่นาน จะกลับมาในช่องสารคดีอีก
ส่วนรายการ "เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์"
ยังมีต่อเนื่อง ท่านยังติดตามได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.40-22.45 น.
ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
ผมจะพยายามไปเปิดชุมชนการเรียนรู้ตามโรงเรียนต่าง ๆ
อย่างเช่น เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สัปดาห์นี้
ได้ไปเปิดชุมชนการเรียนรู้ถึงโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี
ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วง 1 ปี ก่อนจะมีการเลือกตั้ง
ต้องเอาจริงกับการเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิด critical mass
ให้เกิดพลังที่แท้จริง หรืออาจจะเรียกว่า เกิด Tipping point
จุดที่จะประสบความสำเร็จ
เพราะถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ภายใน 1 ปี ผมไม่แน่ใจว่า
จะทำการเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียงได้สำเร็จเท่าเวลานี้หรือไม่
เพราะการเมืองแบบเลือกตั้ง คงไม่แคล้วประชานิยม ประชาชนไทย ยังคิดไม่เป็น
จึงเน้นวัตถุนิยมอย่างมาก
และวันนั้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็จะไม่สำคัญต่อคนไทยต่อไป ต้องช่วยกันครับ
เวลามีไม่มากแล้ว
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
04 - 11 - 49
|
คนกรุงเทพฯ : นึกถึงคนภาคกลาง
|
|
|
คนกรุงเทพฯ
: นึกถึงคนภาคกลาง
ใน 3 4
สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดภัยธรรมชาติใหญ่ในประเทศไทยที่ผมยังไม่ได้พูดถึงคือ
ปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางหลายจังหวัด
หากไม่มีการผันน้ำไปสู่ทุ่งนาตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี
ชัยนาท ถนนในกรุงเทพฯ ก็คงจมน้ำไปตามกัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณอภิรักษ์
โกษะโยธิน คงเปิดตำราแทบไม่ทัน
ผมและคณะ จึงมีโอกาสไปเยี่ยม
แสดงความห่วงใยชาวต่างจังหวัด และแจกสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อบต.
สามตุ่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีคุณขวัญชัย
มหาชื่นใจนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนันตำบลสามตุ่ม คุณพยอม มหาชื่นใจ
ได้ให้การต้อนรับอย่างดี
ปีนี้นับเป็นปีที่ประเทศของเรามีปัญหาอย่างหนัก
ซึ่งเกิดขึ้นจาก :
- ในประเทศเรา มนุษย์เจริญมากขึ้น จึงต้องตัดไม้ทำลายป่า สร้างถนน
สร้างบ้านจัดสรร ทำให้ไปกระทบเส้นทางเดินของน้ำ
- แม่น้ำ คู คลอง ตื้นเขิน ทำให้การไหลของน้ำไม่สะดวก
แต่ผมคิดว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ
ปรากฏการณ์โลกร้อน ( Global warming ) ที่ทำให้อากาศเปลี่ยน
จากการที่ผมคุยกับอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ท่านบอกว่า ปัจจุบัน ฝนตกไม่สม่ำเสมอ
บางแห่งมาก บางแห่งน้อย อย่างในปีนี้ ฝนตกที่ภาคเหนือตอนล่างมากกว่า เฉลี่ย 27
% ทำให้น้ำไหลทะลักมาสู่ภาคกลางมากมาย และที่สำคัญ
ฝนที่ตกในภาคกลางเองก็มากกว่าปกติถึง 10 % จึงเกิดปัญหา
โลกาภิวัตน์ในประเทศไทย
ไม่ใช่เรื่องการค้าเสรีหรือการเงินเสรีเท่านั้น
แต่เป็นเรื่องภัยธรรมชาติจากโลกที่กระทบเราด้วย
จากปรากฏการณ์อากาศไม่ปกติหรือโลกร้อนนั่นเอง
เรื่องนี้
คนไทยน่าจะต้องเอาใจใส่และปรับตัวเองให้เข้าใจว่า อากาศจะมีปัญหามากขึ้น
และจะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อทั้งโลกต้องช่วยกัน ขณะนี้น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย
ซึ่งอาจจะเป็นผลภัยรุนแรง
ผมติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด
หากเราคิดว่าปีนี้น้ำท่วมแค่ปีเดียว ปีหน้าก็คงปกติ ซึ่งอาจจะไม่จริงก็ได้
เพราะอากาศของโลกไม่ปกติ และเรามีเวลาที่จะร่วมกันแก้ไขอีกไม่เกิน 15 ปี
จากการอ่านข่าว
พบว่ากลุ่มนักวิชาการของอังกฤษได้มีการศึกษา และส่งรายงานไปให้ Tony Blair
นายกรัฐมนตรีอังกฤษทราบว่า อย่างช้าที่สุด ภายใน 15 ปี GDP ของโลกจะลดลง 7
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 7 Trillion US $ )
เพราะการผลิตสินค้าและบริการจะถูกกระทบจากภาวะโลกร้อน ลองคิดดู ประเทศไทยจะจนลง
20 % ถ้าเราไม่ทำอะไรภายใน 15 ปี
ลูกศิษย์ผมคือคุณยม
นาคสุขได้เชิญผมไปฟังสัมมนาของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
ซึ่งได้เตือนประเทศไทยให้หันมาเอาใจใส่ ทำวิจัย ปรับตัว เรื่อง Global warming
เพราะมีเวลาเหลืออีกไม่มาก
ผมจึงถือโอกาสเรียนให้ทราบว่า วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน
ผมจะมีรายการสู่ศตวรรษใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 14.00-15.00 น.
ซึ่งผมได้เชิญอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา คุณศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์
อธิบดีท่านนี้เป็นผู้มีความรู้ดีมาก และได้ทำงานหลายอย่างเพื่อประชาชน
จะมาพูดในรายการ ผมจึงเป็นแนวร่วมกับท่านทำหลายเรื่อง เช่น
- จะพัฒนาภาวะผู้นำของข้าราชการกรมอุตุนิยมวิทยา
ให้เป็นผู้ที่มีความรู้และเป็นผู้นำที่จะทำงานให้ประชาชนได้ประโยชน์
- จะทำสารคดีสั้น 5 นาที ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
ให้อธิบดีออกรายการเพื่อกระจายข่าว เป็นการเตือนภัยแก่ประชาชน
โดยเฉพาะประชาชนที่ยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญในชนบท
ให้รับทราบถึงเรื่องภาวะอากาศ ผลกระทบและการปรับตัว
ผมพูดเสมอว่า มนุษย์สร้างความเจริญ
แบบไม่มองความสมดุลของธรรมชาติ ทุนแห่งความยั่งยืนของผม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่
เพราะผมต้องการให้โลกน่าอยู่ ให้คนรุ่นหลังได้เห็น
ไม่ใช่มีความสะดวกสบายในปัจจุบัน แต่อนาคตไม่ยั่งยืน
การมองความสัมพันธ์ของทรัพยากรธรรมชาติกับทรัพยากรมนุษย์
จึงเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นให้ประชาชนมีความรู้
เดินสายกลาง พอประมาณ ผมจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานหลายแห่ง เช่น กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมบรรเทาสาธารณภัย สภาวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น
เพื่อเตรียมรับมือเรื่องโลกร้อนให้ได้
และจะเริ่มรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงปัญหานี้
สัปดาห์นี้
ผมมีโอกาสไปร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ 2549
ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติครองราชย์ 60 ปีและเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 80
พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งผมชอบและชื่นชมมากเพราะ
- ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม
ควรจะได้แสดงศักยภาพทางการเกษตรอย่างเต็มที่ให้โลกรับทราบ
- การเกษตรในยุคไร้พรมแดนว่า ให้โลกได้เรียนรู้จากเรา และเราก็เรียนรู้จากโลก
เรียกว่า เกษตร พืชสวนไร้พรมแดน
- เป็นการแสดงอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งพระองค์ท่านทรงเน้นความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคเกษตรของไทยมาโดยตลอดเป็นเวลายาวนานแล้ว
เพราะพระองค์ท่านทรงมีวิสัยทัศน์เห็นว่าเป็นจุดที่อยู่รอดของคนไทย
- ได้มีโครงการที่เน้นเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรทฤษฎีใหม่หลายโครงการ
เพื่อให้คนไทยและชาวต่างประเทศได้ทราบ
- ต่างชาติกว่า 33 ประเทศ มาจัดพืชสวน มีดอกไม้และพันธุ์ไม้สวย ๆ มากมาย
และเน้นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติเหล่านั้น ที่หาดูได้ยาก
นับเป็นแหล่งความรู้ที่ดี เพราะพืชสวนที่เป็นพืชเขตร้อน
มักจะหาดูได้ยาก และเป็นการแสดงถึงองค์ความรู้ การวิจัยที่จะนำไปสู่มูลค่าเพิ่ม
ทางด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
และการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน
ผมประทับใจที่ผู้จัดงานนำเอาแนวคิด 4
เรื่องมาร้อยเรียงกันคือ
- เกษตร
- วัฒนธรรม
- องค์ความรู้
- และนำไปสู่ความยั่งยืนและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
การสร้างหอคำหลวง เป็นศิลปะแบบล้านนา ซึ่งจะเป็น
landmark ของชาวเชียงใหม่ต่อไป เป็นการผสมผสานแนวคิด 4
เรื่องที่ผมได้กล่าวไปแล้ว
ผมขอฝาก 2-3 เรื่องไว้
เพื่อที่หลายคนจะได้นำไปเตรียมการสำหรับเยี่ยมชม
- การไปชมต้องให้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน ดูทั้งกลางวันและกลางคืน
- ใช้เวลานั่งรถดูภาพรวม เป็นการดูแบบ macro ว่ามีอะไรบ้าง
- แต่ที่สำคัญ ท่านน่าที่จะเลือกเดินดู และเรียนรู้ว่า เฉพาะในช่วงกลางคืน
เมื่อดูแล้ว คิดว่าจะเอาไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่อง
ผมดีใจที่ทราบว่า
รัฐบาลมีโครงการที่จะเก็บไว้เป็นศูนย์การเรียนรู้ถาวรในระยะยาว เพราะครบ 3
เดือนแล้วก็ยังมีประโยชน์มากมาย การสร้างอะไรให้คนไทยกลับมาหา Basics
คือภาคเกษตร เป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
คงจะต้องยอมรับวิสัยทัศน์ ( Vision )
ของรัฐบาลชุดที่แล้วโดยการนำของนายกฯ ทักษิณ แต่จุดอ่อนคือ
มีการใช้จ่ายเงินแบบไม่มีระบบควบคุม และอาจจะไม่โปร่งใส
ผมเห็นกลุ่มข้าราชการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน นำโดยคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา
ไปร่วมงานหลายคน และอาจจะหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าใช้เงินถูกต้องหรือไม่
ก็ว่ากันไปตามระบบการตรวจสอบ ซึ่งดีและถูกต้อง
สุดท้าย ผมภูมิใจที่สุดคือ คำถามของคุณนาตยา
แวววีระคุปต์ ที่ถามผมในรายการเวทีความคิด ทางสถานีวิทยุ FM 96.5 MHz
เมื่อวันพุธที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผมรายงานสดมาจากเชียงใหม่ว่า
- สิ่งที่ทำไปทั้งหมด
นอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านอย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว
เกษตรกรไทยระดับรากแก้วได้อะไร
เพราะประชากรไทยกว่า 50 %
ที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทย คือเกษตรกรนั่นเอง
เกษตรกรระดับรากแก้วจะได้อะไรกับงานนี้
ผมชอบคำถามนี้เพราะ การจัดงานครั้งนี้ มีการไป outsource
ภาคธุรกิจมาทำ ซึ่งก็ไม่ว่ากัน เพราะภาคธุรกิจ เอกชน อาจจะมีความพร้อม
ชำนาญและมีประสบการณ์มากกว่า แต่บางครั้ง ถึงแม้ภาคเอกชนหรือคนชั้นกลางได้
คนระดับรากแก้วก็ควรจะได้ด้วย การตั้งโจทย์ว่า คนรากแก้วได้อะไร
จะช่วยกระจายความรู้ไปสู่รากแก้ว
หากถามผม ในเวลานั้นรัฐบาลทักษิณ คิดอะไรจึงทำ
ผมคิดว่ารัฐบาลทักษิณรีบทำ เพราะรีบทำคะแนน
แต่ไม่ได้มองผลประโยชน์ระยะยาวมากนัก ฉะนั้นผมจะช่วยคิดต่อว่า คนรากแก้วได้อะไร
จุดอ่อนจุดแรก คือการบริหารจัดการครั้งนี้
ไม่ได้เน้นการกระจายให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากนัก นักวิชาการ
องค์การบริหารส่วนตำบล สหกรณ์ ต่าง ๆ
ไม่ค่อยจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางมากนัก
ส่วนมากจะเป็นงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับภาคเอกชน คล้ายระบบ CEO
ของรัฐบาลชุดที่แล้ว
หวังว่าใน 3 เดือนข้างหน้า คงจะมีคนช่วยคิดว่า
คนรากแก้วได้อะไรมากขึ้น
ฝากผู้จัดงานไว้ด้วยครับ
จีระ
หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
28 - 10 -
49
|
ควรรับฟังข้อคิดเห็นอดีตนายกฯชวน
|
|
|
ควรรับฟังข้อคิดเห็นอดีตนายกฯชวน
เวลาผ่านไปแล้ว 5 สัปดาห์ เหตุการณ์ต่าง ๆ
ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึง หลายอย่างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็มีปัจจัยหรือมีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มเติมเสมอ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี ต้องใช้นโยบาย
Listen and Learn อย่างมาก และต้องมีความอดกลั้น ที่จะต้องรับฟัง
หากมีประโยชน์จึงนำไปปฏิบัติ
ผมคิดว่า ความคิดและข้อเสนอแนะของอดีตนายกฯ ชวน
หลีกภัยที่ติงการทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ น่าสนใจ
คือจะต้องอธิบายจุดอันตรายของ "ระบบทักษิณ"
ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจอย่างแท้จริง เพราะใน 5 ปีที่ผ่านมา
ประชาชนที่ยากจนอาจจะคิดไม่ครบถ้วน และไม่เข้าใจ
ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นจะต้องทำ
ควรอธิบายด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง อาจจะต้องดึงเอาภาคประชาสังคมที่เป็นกลาง
มาช่วยอธิบายเพื่อเสริมรัฐบาลและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้ทั่วถึง
ผมหวังว่า งานดังกล่าวจะก้าวไปด้วยดี และสร้างความเข้าใจได้ถูกต้อง
ระยะนี้ ยังมีข่าวความไม่สงบหรือคลื่นใต้น้ำอยู่
ซึ่งคงจะไม่ใช่ของแปลกอะไร เพราะมีผู้เสียผลประโยชน์มาก
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะต้องบริหารและจัดการสิ่งเหล่านี้อย่างรอบคอบ
เหมาะสมและสมานฉันท์
ดูเหมือนว่า นายกฯสุรยุทธ์ จุลานนท์
ทำหน้าที่เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม
ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญ
การยกย่องให้เกียรติทุกกลุ่มในสังคมเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสม
ส่วนกลุ่มพันธมิตรก็เช่นกัน
คงจะต้องอดทนและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเหมือนเดิม ขออย่าท้อใจ
ถึงกับจะลาออกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งไม่เป็นผลดี
คงจะต้องช่วยกันตรวจสอบต่อไป
สำหรับผม
ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะทำหน้าที่ต่อไปในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
เป็นส่วนหนึ่งของการให้ความรู้ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในระยะนี้ ท่านผู้อ่านอาจจะใช้สื่อทางวิทยุมากขึ้น
เพราะสื่อทางโทรทัศน์ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก
ในขณะที่สื่อวิทยุ เช่น FM 96.5 MHz. ทั้ง 24 ชั่วโมง มีความคิดดี ๆ
ออกมาจากผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน ทันเหตุการณ์ ผมยังต้องติดตามใกล้ชิด
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีงาน 3 เรื่องที่จะเล่าให้ฟัง
เรื่องแรก ซึ่งทำเป็นประจำทุกปี คือ ค่ายผู้นำเยาวชน Knowledge camping
ให้แก่นักเรียนเทพศิรินทร์และโรงเรียนในเครือทั้ง 7 โรงเรียน จำนวน 120 คน
ครั้งนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว ในปีนี้เน้นในพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น ภาวะผู้นำ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
มีวิทยากรรับเชิญซึ่งเป็นนักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมแบ่งปันความรู้
เช่น
- หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
เป็นองค์ประธานในพิธีและปาฐกถาพิเศษเรื่อง "โครงการหลวง"
- ฯพณฯ พล.อ.ต.กำธน สินธวานนท์ บรรยายเรื่อง "พระอัจฉริยภาพด้านพลังงาน"
- ดร.ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ บรรยายเรื่อง "พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ วัฒนธรรม
ดนตรีและกีฬา"
- ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน บรรยายเรื่อง "พระอัจฉริยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ"
ค่าย Knowledge camping นี้เป็นค่ายที่สร้างและพัฒนาภาวะผู้นำให้กับนักเรียน
ให้เด็กมีความคิดกว้างไกล คิดเป็น กล้าแสดงออก
เด็กจะได้รับการพัฒนาความคิดจากโจทย์ "ประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า"
ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้นำของชาติในอนาคต
อีกงานหนึ่งเป็นงาน India-Thai Business Forum
ซึ่งเป็นชมรมนักธุรกิจชั้นนำของอินเดียในประเทศไทย ผมภูมิใจที่เขาสนใจงาน HRD
ของ APEC ของผม แต่แทนที่จะมองเฉพาะ APEC
เขามองถึงความร่วมมือระหว่างอินเดียกับ APEC ในอนาคต
ผมคิดว่าเรื่อง HRD กับอินเดียน่าจะมี 3 เรื่อง
1. การแลกเปลี่ยนครูทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ IT
โดยให้อินเดียส่งครูมาช่วย
2. การส่งครูไทยไปสอนเรื่อง การบริการ Service sector และการท่องเที่ยว
3. จัดให้เกิดธุรกิจร่วมกัน เช่น E-learning
ผมคิดว่ารัฐบาลของนายกฯสุรยุทธ์ ยังคงสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้ง ACD HRD Center
ขึ้น เพื่อให้เอเชีย ซึ่งมีอินเดีย จีน ญึ่ปุ่น ไทย และประเทศในตะวันออกกลางรวย
ๆ เช่น โอมาน คูเวต มาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคนเอเชียด้วยกัน
แทนที่จะไปเรียนจากตะวันตก ซึ่งผมได้รับมอบหมายจากรัฐบาลชุดที่แล้วให้ดำเนินการ
และได้รับการเห็นชอบในหลักการแล้ว
เอเชียต้องมีฐานความรู้ของตัวเอง ร่วมมือกับตะวันตกได้
โดยไม่ลอกความคิดของตะวันตกอย่างเดียว
นอกจากนี้ ผมได้รับเชิญจากมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
ไปบรรยายเรื่อง คิดแบบ CEO ในยุคสมัยใหม่ ผมชอบหัวข้อที่เขาตั้ง เพราะ CEO
ต้องคิดเป็นถึงจะสำเร็จ จึงแนะนำวิธีการคิดไป 3 วิธีคือ
- ทฤษฎี 4 L's ของผม
- 5 Disciplines ของ Peter Senge
- และ 6 Thinking hats ของ Edward de Bono
เน้นว่าแต่ละแบบสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้โดยมองจากสถานการณ์ความจริงของแต่ละองค์กร
มีจุดที่น่าสนใจคือ ยุคใหม่ CEO ต้องไม่เก่งคิดคนเดียว
ต้องให้ผู้ร่วมงานคิดเป็นด้วย
คำถามคือ จะทำอย่างไร ในประเทศไทย เราเสียเปรียบตั้งแต่ระบบการศึกษา
เพราะเราไม่มีการกระตุ้นให้นักเรียนสนใจที่จะแลกเปลี่ยนความรู้
เราให้นักเรียนลอกความคิดของอาจารย์
ผมโชคดีได้เปลี่ยนแนวการสอนมากว่า 10 ปีแล้ว ไม่ว่าจะสอนที่ไหน
จะให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และสรุปร่วมกัน ทุกวันนี้มีคนสนใจเรื่องนี้มากขึ้น
ล่าสุดองค์กรบริหารส่วนตำบล ซึ่งจะนำเศรษฐกิจพอเพียงไปให้เขาคิด
เช่นเดียวกับข้าราชการระดับ C7 , C8 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของรองปลัดสุทธิพร
จีระพันธุ ซึ่งเป็นผู้สนใจวิธีการเรียนแบบใหม่
จีระ หงส์ลดารมภ์
Chira8@hotmail.com
|
|
21 - 10 -
49
|
แค่ปรับ mindset ก็พอ
|
|
|
แค่ปรับ mindset ก็พอ
ในช่วง 4
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเขียนแต่เรื่องการเมือง
เนื่องจากการเมืองในประเทศไทยไม่ปกติ แต่เมื่อเริ่มเข้ารูปเข้าร่างแล้ว
ก็จะเล่าถึงงานของผมต่อไป บทความของผมจะเน้นการเรียนรู้จากความจริง
จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผมได้ทำไป นำมาแบ่งปันกัน และสร้างมูลค่าเพิ่ม
แต่ละเรื่องจะทำให้คนไทยมีวัฒนธรรมการเรียนรู้มากขึ้น คิดเป็น วิเคราะห์เป็น
นำไปใช้เป็นประโยชน์
สิ่งที่สำคัญมากในระดับประเทศที่อยากขอฝากรัฐบาลชุดใหม่คือ การปฏิรูปการศึกษา
ในหลายเรื่องที่ต้องทำคือ การปรับ mindset
ทัศนคติของผู้บริหารให้มองการศึกษาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน
และอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็วได้ คือ เน้น ทุนทางปัญญา ทุนทางสังคม (
Networking ) และเน้นทุนแห่งความยั่งยืน
ผมเห็นว่า ตราบใดก็ตาม หากคนไทยใฝ่รู้ มี Lifelong
Learning มากขึ้น อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ( Curiosity ) ตั้งคำถามที่น่าสนใจ
และคิดนอกกรอบ แทนที่จะขยันในการหาคำตอบที่ตายตัวแบบที่เป็นอยู่
ประเทศคงอยู่รอดแน่นอน
ผมคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดแข็งที่ว่า จะทำอะไร
รู้ให้จริง มีความคิดสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล และนำไปสร้างนวัตกรรม ( Innovation
) แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และอยู่อย่างยั่งยืน
เรื่องแรกที่จะเล่าให้ฟังคือ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม เป็นต้นไป ผม
ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ดร.ปรียานุช
พิบูลสราวุธ จะนำเสนอสารคดีสั้น 5 นาทีเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง
"เศรษฐกิจพอเพียงและโลกาภิวัตน์" ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ติดต่อกัน
ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.40-22.45 น. เพื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า
- เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร
- โลกาภิวัตน์คืออะไร
- เศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยคนไทยให้อยู่ในโลกาภิวัตน์ได้อย่างไร
- และให้รู้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงช่วยทุกส่วนของสังคมไทย ไม่ใช่แค่ภาคเกษตร
และทำให้เราอยู่ในโลกาภิวัตน์ได้อย่างยั่งยืน
เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์นี้
หากไม่มีรัฐบาลซึ่งมีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
เรื่องนี้อาจจะถูกมองข้ามไปว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว
มองโลกาภิวัตน์เพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การส่งออก
และดึงเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งไม่ผิด แต่ต้องพอดี และไม่เสี่ยงจนเกินไป
แต่จะยั่งยืนหรือไม่นั้น หากการขยายตัวที่ไม่มีพื้นฐานที่ดี เหมือนการสร้างตึก
โดยไม่ลงเสาเข็มนั้น คงทำได้ยากและไม่ยั่งยืน ผมคิดว่า
อาจจะเป็นโชคของประเทศไทย ที่มีผู้นำแบบอดีตนายกฯ ทักษิณ
มาแสดงความสามารถในนโยบายเชิงรุก ให้คนไทยได้เห็นถึงจุดอ่อน จุดแข็ง
เพื่อจะได้มีโอกาสเปรียบเทียบกัน แต่สิ่งสำคัญคือ
เศรษฐกิจพอเพียงต้องเป็นสังคมการเรียนรู้ ใฝ่รู้ตลอดเวลา นอกจากมีคุณธรรมแล้ว
ยังต้องคิดเป็น ทำเป็น มี Head Heart และ Hand อย่างที่คุณหญิงทิพาวดี
เมฆสวรรค์แนะนำไว้ สำคัญที่สุดและยังจำเป็นที่จะต้องมีความคิดที่นอกกรอบ เช่น
Creativity ความคิดสร้างสรรค์ และนำ Creativity ไปสู่ Innovation นวัตกรรม
แต่ต้องมีคุณธรรมและมีความรู้ที่แน่น ไม่ใช่พอเพียงแค่อยู่รอด หากรอดแล้ว
ต้องไม่ประมาท หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา
การขยายตัวอย่างมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์ต้องการความก้าวหน้า (
Progress ) ที่ยั่งยืน
ในเวลา 1 ปีกว่าจากนี้ รัฐบาลจะต้องวางรากฐานให้สังคมไทย
คิดเป็น รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องไม่ปฏิรูปเฉพาะโครงสร้างเท่านั้น
แต่ต้องปฏิรูปพฤติกรรม ปฏิรูป mindset หรือวิธีการมองโลกของคนไทยให้ได้ เรื่อง
mindset นี้มีหนังสือเล่มล่าสุดของ John Naisbitt ซึ่งเคยเขียนเรื่อง
Megatrends ที่ดังมากมาแล้ว บอกว่า การที่คนยุคใหม่จะประสบความสำเร็จได้
ต้องมีวิธีการคิด และวิธีการทำงานที่ใหม่เสมอ อย่ามีวิธีคิดแบบเดิม
พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้ามีข้อมูลใหม่ ผมคิดว่า การที่จะเปลี่ยน
mindset ได้ จะต้องหาความรู้ให้ทันโลกและสดใหม่อยู่เสมอ ข้ามศาสตร์
และวิเคราะห์แบบโป๊ะเชะ วิธีการหาความรู้ต้องเป็นวิธีที่ตัวเรามีส่วนร่วม
ไม่ใช่ฟังข้างเดียว เราต้องวิเคราะห์เป็น และวิเคราะห์แบบทฤษฎี 2 R's คือ
- Reality มองความจริง
- และ Relevance ตรงประเด็น
เช่น ยุคนายกฯสุรยุทธ์ หากจะแก้ปัญหาภาคใต้ คงต้องเปลี่ยนวิธีการคิด
จากการที่จะฆ่ากันทุกครั้ง มาเป็นการคุยกันแบบเจรจาบนโต๊ะ มองมาเลเซียเป็นมิตร
ไม่ใช่แบบฆ่าทิ้งเป็นว่าเล่นอย่างในอดีต
เมื่อเร็ว ๆ นี้ PMAT สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
กล้าไปจัดสัมมนาเรื่อง HRM ในภาคอิสาน ซึ่งผมได้รับเชิญด้วย เดิม PMAT
อาจคิดว่ามีแต่คนในกรุงเทพฯ เท่านั้นที่สนใจ ปรากฏว่าคนในภาคอิสานตื่นตัวมาก
เพราะได้แนวคิดใหม่ ๆ
ผมบอกได้ว่า อิสานเป็นสังคมการเรียนรู้ได้สบาย ถ้าท่านมองอิสานแบบใหม่
คือไม่ใช่จน โง่ รับจ้างแรงงานถูก ๆ ควรต้องยกย่อง
มองการเกษตรเชื่อมโยงวัฒนธรรม สร้างองค์ความรู้ มองคุณค่าของคนอิสาน
โดยเปิดโอกาสให้อิสานได้มีอิสรภาพทางความคิด ผมว่าคนอิสานก็คิดเป็น
แต่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวย ถ้าผมรู้จักคนอิสานมากขึ้น ผมจะเขียนหนังสือพาดหัวสวย
ๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า :
Isarn can also learn and think
ผมมีเรื่องกิจกรรมอีกเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง
เมื่อวันที่ 16 - 18 ตุลาคม 2549 คณะครูจากจังหวัดสมุทรปราการ
นำโดยโรงเรียนบางหัวเสือบุญแจ่มเนียมนิล
ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ
เดินทางไปดูงานด้านการศึกษาที่ประเทศเกาหลีใต้
การไปดูงานครั้งนี้ ได้ไปเยี่ยมเยียนเอกอัครราชทูตไทยประจำเกาหลี คุณวศิน
ธีระเวชฌาน แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน
ผมได้เล่าถึงความเป็นมาของโครงการการศึกษาระหว่างไทย/เกาหลี
และท่านทูตได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเกาหลีใต้ในหลายเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่รัฐบาลเกาหลีให้ความสำคัญมาก เพราะมองคนเป็นทรัพย์สิน
asset ไม่ใช่ต้นทุน จึงทำให้ประชากรเกาหลีมีคุณภาพ
และให้ความรู้เรื่องการเมืองระหว่างประเทศในกรณีเกาหลีเหนือทดลองอาวุธนิวเคลียร์
นับเป็นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับคณะครู
ซึ่งทำงานต่อเนื่องในด้านการศึกษาร่วมกับผมมา 3 ปี
และได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ 3 ครั้งแล้ว
สิ่งแรกที่คณะนี้ทำได้คือ ปรับ mindset ว่า ฉันทำได้ ฉันพึ่งตัวเอง
ไม่รอให้กระทรวงส่งฉันไปดูงานต่างประเทศ
เรื่องที่สองคือ กลุ่มนี้สนใจ Networking มาก อะไรที่ดี ๆ
จะแสวงหาและฉกฉวยให้ได้ ในอดีตเคยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(อบจ.) ปัจจุบันมีการสร้างแนวร่วมกับนายกเทศมนตรีสำโรงใต้ คุณสรรเกียรติ
กุลเจริญ และธุรกิจต่าง ๆ รอบโรงเรียน ประการที่ 3 คือ ได้ทำต่อเนื่อง
ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วสำเร็จ
คณะนี้ขอให้ผมในฐานะ Lead Shepherd ของ HRD Working Group ใน APEC
ติดต่อไปดูงานระบบสารสนเทศกับการสอน ที่กรุงโซล ซึ่งผมรู้จักเกาหลีใต้ดี
ได้เจรจาให้จนประสบความสำเร็จ และได้เซ็นสัญญากับโรงเรียนในเกาหลี
ว่าจะแลกเปลี่ยนเรื่อง ICT กับการเรียนการสอน เพราะเกาหลีเขาเอาจริงเรื่อง ICT
กับการสอน และการแลกเปลี่ยนนักเรียนและครูในอนาคตด้วย
ทัศนคติของผู้บริหารชุดนี้คือ ทำ ทำ และทำให้สำเร็จ พึ่งตัวเอง ทำจริง
คิดนอกกรอบ นึกถึงลูกค้าคือนักเรียน ผมภูมิใจมากที่มีโอกาสได้นำอาจารย์ 32 คน
ซึ่งออกเงินเอง ไม่แบมือขอใคร และสามารถใช้การทูตภาคประชาชน
ทำประโยชน์ให้แก่นักเรียนและครู ผู้ปกครองของจังหวัดสมุทรปราการได้สำเร็จ
เพราะปรับ mindset ที่ถูกต้องครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
|
|
14 - 10 -
49
|
โลกาภิวัตน์ยั่งยืน
ต้องเศรษฐกิจพอเพียง
|
|
|
โลกาภิวัตน์ยั่งยืน
ต้องเศรษฐกิจพอเพียง
ช่วงรัฐบาลของไทยรักไทย 4 -5 ปี
พวกเราที่มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศพยายามทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศ
สำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ข้าราชการและธุรกิจ
ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ และอาจจะมองแบบขัดแย้งด้วย
จนถึงวันนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเอาจริง
และได้ดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
ผมดีใจเพราะสนใจเรื่องนี้มานาน ได้ทำงานเรื่องนี้มาตลอด
5 ปี น่าจะเป็นประโยชน์มาก จะทำให้เราซึ่งอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างหนัก
ได้มีสติและอยู่รอด
|