|
การศึกษายุคไร้พรมแดน
(16 ตุลาคม 2547)
ผ่านไปแค่ 7 วัน
เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเรื่องในประเทศ และต่างประเทศ
ข่าวสารยุคใหม่นี้เร็วมาก ต้องไม่ให้เกิดขยะทางข่าวสาร
คือมีเยอะจนงงไปหมด คนไทยทุกๆ คนต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น
ตั้งสติให้ดี เพราะเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเร็วเหลือเกิน
เพื่อมิให้ท่านผู้อ่านตกข่าวการประชุม ASEM
คือ Asia - Europe
ที่ประเทศเวียดนาม เปลี่ยนไป การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6
แล้ว ไม่เหมือนการประชุม APEC
เพราะยังมีการประชุมแบบหลวมๆ และยังไม่มีสำนักงานเลขาธิการประจำ
แต่สมาชิก ASEM มีมากกว่า APEC
คือ สมาชิก European Union (EU) 25
ประเทศ และสมาชิก ASEAN ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อีก
13 ประเทศ ประชาชนไทยก็โชคดี อยู่ฝั่ง
Pacific ก็ได้ APEC อยู่ฝั่ง
Atlantic ก็มี ASEM
ผมเองก็อยู่ห่างๆ ยังไม่ทราบนักว่า ASEM
ทำอะไรให้คนไทยได้ประโยชน์บ้าง
แต่ที่น่าสนใจคือการประชุมช่วง 2-3
วัน ระหว่างประเทศไทย และมาเลเชีย ที่จังหวัดภูเก็ต
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเชียถือได้ว่าสำคัญมาก
เพราะมีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และการเมือง และสำคัญที่สุดคือ
ศาสนากระทบภาคใต้ ที่น่าสนใจคือ
ประเทศมาเลเชียมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มาแทน ดร.มหาเดย์
มูฮัมหมัด แต่คุณอับดุลลา นายกคนใหม่น่าจะมี Style
แบบอดีตนายกชวนของเรามากกว่า คือ นิ่ม และนิ่ง แต่ก็ดี
นายกทักษิณจะได้เจอหลายรูปแบบ ข้อดีของคุณอับดุลลา คือ
ท่านเป็นข้าราชการเก่า ก็จะมองการเมืองแบบต่อเนื่อง
และให้เกียรติข้าราชการประจำ ใจเย็น
และค่อนข้างจะเอาจริงกับเรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่น
และกลุ่มผลประโยชน์แอบแฝง
ในช่วงที่ผมกลับจากชิลี
ก่อนที่จะเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ก็ได้รับเกียรตจากสมาคมส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทยได้ไปร่วมการบรรยายพิเศษ
และกล่าวเปิดโครงการ เส้นทางสู่การเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่
รุ่นที่ 3
ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
ซึ่งทางสมาคมเน้นให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่สนใจ
ตลาดทุนซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี
และสมาคมแห่งนี้มีที่ปรึกษาเป็นอดีตนักกีฬาของโรงเรียนสวนกุหลาบ
คุณธรรมนูญ ดวงมณี และนายกสมาคมคนปัจจุบัน คือ คุณมนตรี ฐิรโฆไท
ก็เป็นรุ่นน้องผมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ผมขอชมเชยการทำงานของสมาคม
เพราะเอาจริงกับการให้ความรู้แก่เยาวชน และระบบการเงิน และการลงทุน
มีข้อดีอีกอย่าง คือ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถ่ายทอดสดไปตามศูนย์ต่างๆ
ในต่างจังหวัดอีก 10 แห่ง ซึ่งได้ประโยชน์มาก
ผมยินดีจะเป็นแนวร่วม เพราะถ้าสมาคมเอาจริงกับการสร้างสังคมการเรียนรู้
และเริ่มที่เยาวชน
ผมคิดว่าอีกระยะเราก็จะมีตลาดหุ้นที่ไม่สร้างปัญหาแน่นอน
เพราะใครจะเล่นหุ้นก็เล่นด้วยการใช้ความรู้
ซึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกในระยะยาว
รายได้ผลตอบแทนจากหุ้นจะดีกว่าฝากธนาคาร และดีกว่าพันธมิตรรัฐบาล
และควรจะเล่นอย่างรอบคอบ และเป็นการลงทุนไม่ใช่การพนัน
การเป็นประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเอเปคของผมก็ต้องเดินทาง
และทำงานมากขึ้นเช่นเคย ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองซิดนีย์ ประเทศ
ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการประชุมระหว่าง OECD และ
UNESCO และรัฐบาลออสเตรเลีย แต่ก็ขอความร่วมมือ
และการสนับสนุนจาก APEC ด้วย
โดยเฉพาะจากคณะทำงานของผม คือ เรื่อง HRD
ท่านที่ศึกษาอย่างถ่องแท้คงรู้ว่า OECD
(Organizational Economic Cooperation Development)
และ UNESCO (The United Nations Educational, Scientific and
Cultural Organization) และ APEC
จับมือกัน จริงๆ
แล้วเอาจริงกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์ก็คงจะน่าสนใจ เพราะ 3
องค์กรระดับโลกเป็นองค์กรที่ใหญ่ และมีประสบการณ์มาก
แต่ไม่ค่อยจะเป็นพันธมิตรกันบ่อยนัก
โดยเฉพาะผมขอให้ท่านผู้อ่านสนใจเรื่องข้อตกลงทางการค้าในเรื่องบริหาร
ซึ่งย่อมาจากคำว่า GATS (General Agreement for Trade in
Services) คือ WTO
นอกจากจะเน้นเรื่อง สินค้าแล้ว ยังเน้นเรื่องบริการด้วย
และมีข้อตกลงเรียบร้อยแล้วในปี 1996
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
-
โทรคมนาคม
-
การแพทย์
-
การท่องเที่ยว
-
การวิจัย และพัฒนา
-
การศึกษา
หัวข้อสุดท้าย คือ เรื่องการศึกษา
ทำไมจัดที่ออสเตรเลีย ก็เพราะว่า
ออสเตรเลียมีนโยบายจะเปิดการค้าเสรีทางการศึกษา คือ
สร้างรายได้จากการส่งออกการศึกษาให้มากกว่าเดิม
ปกติออสเตรเลียมีรายได้จากการถึงออกการศึกษาอยู่แล้วถึง 6
Billion Dollars ออสเตรเลีย หรือประมาณ 4.5
Billion Dollars สหรัฐ ซึ่งไม่น้อยเลย
ประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องสนใจว่า
การเปิดเสรีจะให้ประโยชน์ หรือมีโทษอย่างไร
-
ข้อแรกคือ
การเจรจาการค้าทางด้านการศึกษาเริ่มแล้ว แต่จะไม่มีการบังคับ
จะตกลงทันที แต่ต้องบอกระยะเวลาที่พร้อมจะเจรจา
แต่ละประเทศก็มีการกำหนดเวลาแตกต่างกันไป
-
แต่ในที่สุด
ประเทศอย่างเช่นประเทศไทยก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเจรจา เรื่อง
การศึกษา และการค้าแน่นอน เพราะถ้าเราไม่เปิดเสรีเรื่องการศึกษา
บางประเทศก็หาเรื่องไม่ปิดเสรีเรื่องอื่นๆ เช่น สินค้าเกษตร
ดังนั้นการไปครั้งนี้ผมได้มีโอกาสพบผู้เชี่ยวชาญ
และเรียนรู้การเจรจาระดับ WTO หลายคน
และจะขอเตือนรัฐบาลไทย กระทรวงศึกษา
และกระทรวงพาณิชย์ไทยให้ศึกษาเรื่องการเจรจา
และวิธีการเจรจาอย่างรอบคอบ
เพราะคงจะมีการต่อรองในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น
สำหรับผมเองได้รับเกียรติเป็น
Keynote ในช่วงอาหารค่ำ
ซึ่งมีผู้แสดงปาฐกถาเพียงผู้เดียวในนามของ APEC
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า APEC
เองก็จะต้องเปิดเสรีทางด้านดารบริการมากขึ้น และพัฒนาการศึกษาของกลุ่ม
APEC แต่ช่องว่างระหว่างประเทศที่อ่อนแอ
กับประเทศที่เข้มแข็งใน APEC ก็ยังมีอยู่
และจะต้องสร้างความสามารถ (Capacity Building)
ให้สูงขึ้น เช่น ให้มหาวิทยาลัยของไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ปาปัวนิวกินี
และเปรู ปรับตัวด้วย
ขณะเดียวกันการปรับตัวก็ต้องเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง
เช่น มีการทำงานร่วมกันลักษณะ Joint Ventures
ทางการศึกษามากขึ้น เพราะการศึกษาดี
การเรียนเน้นความคิดก็จะสร้างทุนทางปัญญา
ประเทศไทยเองก็มีนโยบายสร้างรายได้จากการศึกษา
แต่เราจะเข้มแข็งในเรื่องโรงเรียนนานาชาติมาก
และระดับมหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล และ ABAC
หรือ Stamford
และมหาวิทยาลัยทั่วไป เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลานครินทร์
ยังไม่จัดอยู่ในระดับนานาชาตินัก
ประเทศไทยยังได้ส่งข้าราชการจากทบวงมหาวิทยาลัย
(เก่า)
ไป 3 ท่าน ซึ่งผมได้มีโอกาสพบและหารือกัน
ผมคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์มาก
ที่ท่านเหล่านั้นนำความรู้มาแนะนำผู้นำรัฐบาลให้เตรียมตัวให้ดี
เพราะการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์จะไร้พรมแดนมากขึ้น คำถามก็คือ คนไทยรู้
และศึกษาเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน และรัฐบาลจะมีนโยบายอย่างไร
เพราะนี่คือโอกาสที่ดีของไทย
แต่ก็เป็นการคุกคามถ้าเราไม่เตรียมตัวให้พร้อม
|