บทเรียนจากความจริง กับ ดร.จีระ
 

พบกับบทความ คอลัมน์  "บทเรียนจากความจริง" กับ ดร.จีระ
ทาง หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับทุกวันเสาร์ (หน้า 5
"ร่วมสร้างสรรค์ให้สังคมเข้มแข็งด้วยปัญญากับ ดร.จีระ  หงส์ลดามรมภ์"
     
  บทความล่าสุด ปี 2550  
   
       
  05-01-51 คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่   
  29-12-50 2551: ปีแห่งการบริหารความเสี่ยง  
  22-12-50

ผู้นำกับ Rule of Law

 
  15-12-50 ผู้นำรุ่นใหม่: อภิสิทธิ์ , Obama และ Mededev  
  08-12-50 5 ธันวา 2550: ทั้งโลกจะต้องจดจำ  
  01-12-50 ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงถวายพ่อ  
  24-11-50 จตุรมิตรถวายเพื่อพ่อ  
  17-11-50 สุภาพบุรุษแม่รำเพย : สุวิทย์ คุณกิตติ  
  03-11-50 กัดดาฟี ผ่าน 4K ตก 2K  
  10-11-50 จีน / ไทย  เชื่อมโยงกันเรื่อง HR  
  20-10-50 ทุนแห่งความสุข (Happiness Capital)  
  27-10-50 วิธีการได้ผู้นำของประเทศจีน  
  13-10-50 ทุนมนุษย์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  
  29-09-50 ศรัทธาหรืออำนาจ  
  22-09-50 ธีรยุทธ วิเคราะห์ไม่รอบด้าน  
  08-09-50 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีหวัง  
  01-09-50 ประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่  
  25-08-50 คนไทยกับความไม่แน่นอน  
  18-08-50 คนไทยกับประชามติ  
  11-08-50 สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  
  04-08-50 รัฐบาลขิงแก่กับคุณธรรม จริยธรรม  
  28-07-50 บทเรียน 4 เรื่อง  
  21-07-50 HR ต้องต่อเนื่องและต่อเนื่อง  
  14-07-50 4's L ที่ออสเตรเลีย  
  07-07-50 ขอขอบคุณสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มธ.  
  23-06-50 ขอบคุณกระทรวงมหาดไทย  
  16-06-50 ประเทศไทย : ทางออกของวิกฤติ  
  09-06-50 การทูตภาคประชาชนที่เมียนมาร์  
  02-06-50 บทเรียนทางการเมือง : ๓๐ พฤษภาคม  
  26-05-50 พัฒนาคนพันธุ์ "อา"  
  19-05-50 "ผู้ใหญ่" ที่คนรุ่นหลังควรเรียนรู้  
  12-05-50 คนไทยต้องเอาจริงกับการเรียนภาษาอังกฤษ  
  05-05-50  KPD แนวทางของอินเดีย  
  28-04-50 14 มิถุนายน : วันเปิดตัวผู้นำท้องถิ่น  
  21-04-50 มองเวียดนาม : เชิงพันธมิตรทางทรัพยากรมนุษย์  
  14-04-50 พัฒนาผู้นำท้องถิ่น : เน้นรูปธรรม  
  07-04-50 ไทย + อินเดีย ผนึกกำลังสร้างทรัพยากรมนุษย์  
  31-03-50 สัปดาห์นี้ จับตาให้ดี  
  24-03-50 ปัญหาเศรษฐกิจไทยปี ๒๐๐๗ กับทรัพยากรมนุษย์   
  17-03-50 คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยแก้ไขปัญหาภาคใต้  
  10-03-50 ขอบคุณทุกๆ คน ที่ให้กำลังใจ  
  03-03-50 พบ Guru ๑ เทศ ๑ ไทย  
  24-02-50 สร้างภาวะผู้นำที่กระทรวงวัฒนธรรม  
  17-02-50 เทพศิรินทร์ปทุมธานี : ตัวอย่างของการสมานฉันท์  
  10-02-50 รัฐบาลขิงแก่ : เริ่มตีตื้น  
  03-02-50 ทักษิโณมิกส์ : ตก 2 K และ1 C  
  27-01-50 ประเทศไทย : ช่วงอันตรายทั้งระยะสั้นและระยะยาว  
  20-01-50 ดนัย : มอบความสุขให้คนไทย  
  13-01-50 FM 96.5 MHz ขยายผลปรัชญาการบริหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  
  06-01-50 ของขวัญปีใหม่ : ปรัชญาและวิธีคิด การบริหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  
     

อ่านบทความย้อยหลังปี 2549  

อ่านบทความย้อยหลังปี 2548  
อ่านบทความย้อยหลังปี 2547  

 

   
05-01-51 คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ 
 

เมื่อวันที่  2 มกราคม 2551 คนไทยทั้ง 64 ล้านคน ต้องสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ภายใต้ความเศร้าสลดของประชาชนชาวไทย แต่ก็มีความปลื้มปิติ ภาคภูมิใจ  ที่ได้เรียนรู้พระราชประวัติของพระองค์ท่านที่ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ และแก่คนไทยอย่างมากมาย มหาศาล  สร้างความยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่น  ประเทศ และในระดับนานาชาติ 

                ความดี จะเห็นชัด ๆ ต่อเมื่อชีวิตของคนเราหมดลมหายใจ สิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำมานั้น มีคุณค่าอย่างมหาศาล ซึ่งบางเรื่องผมเองก็ไม่ทราบมาก่อน เช่น

·       ในสมัยที่ทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงเรียนปริญญาตรีทางเคมี และได้ที่ 3 ของนักเรียนมัธยมปลายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

·       พระองค์ทรงโปรดกีฬาหลายประเภท และสนับสนุนกีฬามาตลอดโดยเฉพาะกีฬาเปตองและแบดมินตัน

·       พระองค์เก่งเรื่องดนตรี โดยเฉพาะ ไวโอลิน

·       และพระองค์สนใจปรัชญา ของนักปราชญ์ ฝรั่งเศสหลาย ๆ คน และนำมาแปลเป็นภาษาไทย เผยแพร่ให้คนไทยจำนวนมากได้อ่าน

ส่วนอื่น ๆ ที่คนไทยรับทราบแล้ว และจะขอย้ำก็คือ

ท่านทรงเป็นนักวิชาการที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทรงให้เวลากับการการสอนและการบริหารอยู่ตลอดเวลา ทรงเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในช่วงที่ผมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทรงดูแลมูลนิธิ พอสว เพื่อสืบสานงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอย่างต่อเนื่อง   มูลนิธินี้ ปัจจุบัน มีอาสาสมัครแพทย์ กว่า 50,000 คน

ทรงเป็นนักการทูตที่ยิ่งใหญ่  สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างประเทศ  โดยเฉพาะใช้วิชาการ และศิลปวัฒนธรรม เป็นตัวประสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ช่วยเหลือ มูลนิธิการกุศล ในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ผู้ตกทุกข์ได้ยากได้ใช้ประโยชน์

แต่ผมจะขออนุญาตพูดถึงประสบการณ์ที่ผมได้ใกล้ชิด มาตลอดกว่า 20 ปี ที่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท

เรื่องแรกที่ผมได้รับใช้ คือ ประมาณกว่า 20  ปี คุณหญิงอัมพร  มีสุข ในนามสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมนานาชาติเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบทที่ประเทศไทย โดยมีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เป็นประธานเปิด และเป็น Keynote Speaker  ซึ่งคุณหญิงอัมพร  ได้เชิญผม และ ศ.ดร.วิฑิต  มันตราภรณ์  เป็นผู้ร่วม ถวายคำแนะนำเกี่ยวกับ Keynote Speech ของพระองค์ท่าน  ผมจำได้ว่าท่านให้ความสนใจ  เอาใจใส่ ใน Speech ครั้งนั้นมาก  Speech นั้น จะเน้นเรื่องความเหลื่อมล้ำของคนเมืองและคนชนบท  เน้นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และโครงการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มาเป็นตัวอย่าง  ผมคิดว่า แนวคิดอันหนึ่งที่ผมได้รับจากพระองค์ท่านก็คือ ท่านไม่ได้ให้เราเรียนจากทฤษฎีเท่านั้น  ให้ดูจากข้อเท็จจริงด้วย ซึ่งอาจจะเป็นอิทธิพลที่ผมทำมาใช้ทฤษฎี 2 R’s  คือ Reality  มาจากท่าน  ท่านทรงให้คุณหญิงอัมพร มีสุข  ศ.ดร.วิทิต มันตราภรณ์  และผม ตามเสด็จขึ้น เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจการบิน ไปทอดพระเนตรโครงการหลวงต่าง ๆ ในต่างจังหวัดทั้งวัน แล้วกลับมาร่าง Speech ผมยังเด็กอยู่ในช่วงนั้น ผมได้เห็นประชาชนชาวบ้านมารับเสด็จพระองค์ท่านอย่างมีความสุข และสร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้อย่างมาก  ประสบการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผม ได้นำความรู้ไปสู่ความจริง  Speech ที่ท่านได้ทรงบรรยายได้รับการแก้ไขจากพระองค์ท่านอย่างละเอียด

อีกประการหนึ่ง การเป็นพระอาจารย์ของท่านที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งขณะนั้นผมเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนแรก  มีความรู้สึกว่า งานที่สถาบันฯ จัด โดยเฉพาะครั้งแรก เป็นงานระดับ International ซึ่งมีองค์กรวิชาการจากสหราชอาณาจักร Crown Agents มาร่วมจัด มีนักธุรกิจ ข้าราชการจากทั่วโลก กว่า 100 คน  ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์  กรุงเทพฯ พระองค์ท่านทรงพระกรุณาเสด็จมาเป็นประธานเปิด และเป็น Keynote ในงานของพวกเรา  สร้างความปลื้มปิติให้แก่ขาวสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เป็นการสร้าง Brand ให้เห็นว่า สถาบันฯ แห่งนี้ ทำงานใหญ่ได้ และพระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาเสด็จมาเปิดงานด้วย ทำให้เป็นการเสริมสถานะของสถาบันทรัพยากรมนุษย์สูงขึ้นอย่างมาก  ยิ่งไปกว่านั้นชาวต่างประเทศที่มากว่า 100 คนจากทั่วโลกได้เห็นพระปรีชาสามารถในพระราชดำรัสเป็นภาษาอังกฤษของพระองค์ท่าน มีสาระที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

งานที่สถาบันทรัพยากรมนุษย์ของผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านหลายครั้ง ในปี 1994 เป็นงานที่สถาบันฯ ได้ร่วมมือกับ SASAKAWA Foundation ได้เชิญผู้นำของรัฐบาลเวียดนามกว่า 50 คน มาฝึกการเรียนที่ ธรรมศาสตร์ 5 อาทิตย์ เราได้เน้นวิชา เศรษฐศาสตร์  เศรษฐกิจเสรี  วิชาทรัพยากรมนุษย์ พระองค์ท่านเสด็จมาทรงเป็นประธานปิดงานที่โรงแรมแลนด์มาร์ก กรุงเทพฯ  ผู้เข้าร่วมสัมมนาชาวเวียดนาม กว่า 50 คน มีความปลื้มปิติเพราะได้รับประกาศนียบัตรจากพระองค์ท่าน  ซึ่งทำให้แนวคิดเรื่อง การทูตภาคประชาชน (People to People Diplomacy) เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1994  เป็นต้นมา    มีอิทธิพลต่อผมในการตั้งมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ 

คุณงาม ความดี และความสามารถของพระองค์ท่าน ในมุมเล็ก ๆ ที่ผม และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สัมผัส ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศมหาศาล  ยุคต่อไปนี้ เป็นยุคที่จะต้องสร้างความดีให้สังคมไทยต่อไป  คนไทยทุกคน ต้องคิด และรู้จักวิเคราะห์ให้ดี

 

 ตัวแทนของชาวเวียดนามรับประกาศนียบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ งาน Economy Training and Study Tours in Thailand , Phase 3 
จัดโดย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ โรงแรมแลนด์มาร์กเมื่อวันที่
10 มิถุนายน 2537


 

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทักทายชาวเวียดนาม ในงาน Economy Training and Study Tours in Thailand , Phase 3  จัดโดย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ณ โรงแรมแลนด์มาร์กเมื่อวันที่
10 มิถุนายน 2537

 

   ศาสตราจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ต้อนรับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในงาน
Economy Training and Study Tours in Thailand ,
Phase 3  จัดโดย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ณ โรงแรมแลนด์มาร์กเมื่อวันที่
10 มิถุนายน 2537

 

29-12-50 2551: ปีแห่งการบริหารความเสี่ยง
 

                ในปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรง และขอบคุณท่านที่กรุณาติดตามงานเขียนของผม และมีผู้นำไปใช้ในการวิเคราะห์มากขึ้น และเป็นบทเรียนสำหรับการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนมัธยมและนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คนไทยจะได้หาความรู้ (Acquired) ได้ถูกต้อง เมื่อได้แล้วก็นำมาแบ่งปันกัน (Share) และสำคัญที่สุดคือ นำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value) ซึ่งผมเน้น 3 แนว 

§       Value Creation คือ สร้าง Value ใหม่ ๆ คล้ายกับทฤษฎี Blue Ocean หรือแนวนวัตกรรม

§       Value Driven ซึ่งคล้าย  2 R ของผม คือ ต้องตรงประเด็นกับผู้รับหรือผู้ใช้ประโยชน์จริง ๆ

§       และ Value added คือ ถ้ามีความรู้เพิ่มขึ้น นำความรู้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม คือก่อนที่จะได้ความรู้ (Acquired) มี Value แล้วเท่ากับ 10 แต่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีก 2 ก็เท่ากับ 12 ในโลกปัจจุบันถ้าประเทศไทยมีตัว “V” จากความรู้ประเทศก็จะอยู่รอด

ขอแสดงความเสียใจกับชาวปากีสถานที่สูญเสียผู้นำที่เป็นผู้หญิงเก่ง เบนาซีร์ บุตโต” (Benazir Bhutto) ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวานนี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปากีสถานอย่าให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเด็ดขาด ประวัติของ เบนาซีร์ บุตโตนั้นผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนและงดงาม เธอเป็นลูกสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกแขวนคอตาย เบนาซีร์ เคยเป็นนายกฯ ถึง 2 สมัย มีความรู้ดี เรียนที่ Oxford และ Harvard เป็นนายกฯ ผู้หญิงชาวมุสลิมหายากในสังคมมุสลิมที่ไม่นิยมยกย่องสตรีมาก เธอเป็นคนกล้าพูดกล้าทำแต่ก็มาตายเสียก่อน

Benazir Bhutto

        ผมยกย่องในความกล้าหาญของเธอ เพราะเธอรู้อันตรายที่เกิดขึ้นอยู่รอบด้านแต่ก็มีวิญญาณนักการเมืองที่เข้มแข็งจนกระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว ประเทศปากีสถานจะลงเอยอย่างไร ไม่มีใครทราบ ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างมาก สาเหตุอาจจะมาจากการขัดแย้งทางความคิดกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ไม่ชอบตะวันตก ไม่ชอบผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความกล้าหาญและพูดความจริง

       ความรุนแรงครั้งนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงความไม่สงบ และความขัดแย้งเกิดขึ้นในทุก ๆ จุดของโลก พระพยอม กัลยาโณ ได้เน้นในรายการโทรทัศน์ของผม  ท่านเห็นว่าคนไทยโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นต้องหันมาแสวงหาความสงบและสันติภาพให้มาก ๆ

ปีใหม่นี้ เรื่องแรกของผมที่จะทำให้ดีและวัดผลได้ก็ คือ เรื่องการพัฒนาตำรวจและครอบครัว ในฐานะที่เป็นประธานคณะที่ปรึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในวันที่ 25 27 ธันวาคม 2550 ได้จัดโครงการมาร่วมหัวเราะเพาะสุขภาพกายใจตำรวจจราจรโดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม และ ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา มาร่วมเป็นวิทยากร ตลอด 3 วัน มีตำรวจจราจรมาร่วมหัวเราะกว่า 1,200 คน (6 รุ่น)ผมมีโอกาสไปร่วมงาน 2 ครั้ง ได้เห็นศักยภาพของทีมงานของ ดร.วัลลภ ว่าเป็นทีมที่เก่ง เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบมาก ผมภูมิใจที่มีโอกาสร่วมในโครงการนี้มอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผมจะพัฒนาตำรวจต่อไปให้เป็นที่พึ่งของประชาชน

 

ภาพบรรยากาศของโครงการมาร่วมหัวเราะเพาะสุขภาพกายใจตำรวจจราจร ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันที่ 25 27 ธันวาคม 2550โดยมี ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม และ ดร. ดุษฎีเมธา มาร่วมเป็นวิทยากร โดยมี ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นประธานคณะที่ปรึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส

เรื่องที่สองที่จะทำคือ ผมจะร่วมพัฒนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จากที่ได้ไปร่วมงาน HR Workshop ภายใต้การนำของ คุณอดิศร เกียรติโชควิวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และคุณประหยัด เครื่องประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ในปี 2551 นี้ กฟภ. จะเน้นการพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจัง ผมจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้แบบ 4 L’s ประกอบด้วย

Learning Methodology   เข้าใจวิธีการเรียนรู้

Learning Environment   สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้

Learning Opportunities  สร้างโอกาสในการเรียนรู้

Learning Communities   สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้

การเรียนรู้แบบ 4 L’s คือการเรียนรู้ที่นำไปสร้างสู่การสร้างตัว V อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วและกระจายไปยังทุกระดับของ กฟภ.

ลูกศิษย์ทั้ง 3 รุ่นที่เรียนในโครงการพัฒนาผู้นำกับผมก็มีความสำเร็จที่วัดผลได้ ในแต่ละรุ่นก้าวหน้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นกันหลายท่าน คือ คุณสมบูรณ์ อารยะสกุล ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการ และลูกศิษย์รุ่นที่ 1 อีก 3 ท่าน คือ คุณวิวัฒน์ เสนีย์มโนมัย คุณธิดา เอื้อสุนทรวัฒนา คุณวุฒินันท์ สุรพลชัย เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ ส่วนประธานรุ่น 3 คือ ดร.กมล ตรรกบุตร ได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ ผมคิดว่าข้อดีของ กฟผ. คือ เขามีคนเก่งในด้านสมองซีกซ้าย (คิดเป็นวิทยาศาสตร์) และผมรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนเล็กน้อย  ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกศิษย์ของผมให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลให้แก่สมองซีกขวาด้วย ทำให้งานของเขาพัฒนาไปสู่ตัว “V” ได้ดี

ในปี 2551 ผมขอฝากแนวคิดเรื่องการบริหารความเสี่ยง 3 4 เรื่อง เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ปรับตัว 3-4  เรื่อง

§       เรื่องการเมือง อย่างน้อยประเทศไทยในสายตาชาวโลกก็ผ่านไปได้เรื่องหนึ่ง คือ การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์มีคนออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ การเลือกตั้งอย่างเดียวคงจะไม่พอ เป็นจุดเริ่มต้น ขอให้คนไทยทุก ๆ คนจับตาดูว่านโยบายและวิธีการจะเป็นอย่างไร

§       ถ้าไม่ล้างแค้น และสร้างความสมานฉันท์คงจะไปได้ดี

§       มองเรื่อง Rule of Law ให้ดี

§       ใช้แนวทางของรัฐบาลขิงแก่ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

§       กระตุ้นเศรษฐกิจให้ไปได้ อย่าให้เกิดปัญหาระยะยาว

§       ใช้คุณธรรมจริยธรรมและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

ในระยะยาว กกต. และสังคมทั่ว ๆ ไป จะต้องเริ่มให้ความรู้กับประชาชนมากขึ้นเรื่องความสำคัญของประชาธิปไตย    ให้เห็นถึงผลประโยชน์ระยะสั้นเปรียบเทียบกับคุณธรรมจริยธรรมและความถูกต้อง มองเรื่องทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) และทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) ควบคู่กันไป

§       ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ คือ เรื่องภาวะเงินเฟ้อต้องควบคุมอย่างให้เกิน 3 % (จีนขึ้นไป 6.9%) คงไม่ง่ายเพราะราคาอาหารจะแพงขึ้น ค่าน้ำมันก็จะแพงขึ้น คนไทยต้องประหยัด ฉลาดในการทำธุรกิจมากขึ้น อย่าคิดว่าเคยทำอย่างไรก็ทำอย่างเดิม และหากสามารถทำได้ก็จะไปรอด

โดยสรุปว่า แม้&