|
ในปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรง
และขอบคุณท่านที่กรุณาติดตามงานเขียนของผม
และมีผู้นำไปใช้ในการวิเคราะห์มากขึ้น
และเป็นบทเรียนสำหรับการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนมัธยมและนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
คนไทยจะได้หาความรู้ (Acquired)
ได้ถูกต้อง เมื่อได้แล้วก็นำมาแบ่งปันกัน (Share)
และสำคัญที่สุดคือ นำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value)
ซึ่งผมเน้น 3 แนว
§
Value Creation คือ สร้าง Value
ใหม่ ๆ คล้ายกับทฤษฎี Blue Ocean
หรือแนวนวัตกรรม
§
Value Driven ซึ่งคล้าย 2 R
ของผม คือ
ต้องตรงประเด็นกับผู้รับหรือผู้ใช้ประโยชน์จริง ๆ
§
และ
Value
added คือ ถ้ามีความรู้เพิ่มขึ้น
นำความรู้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม คือก่อนที่จะได้ความรู้ (Acquired)
มี Value แล้วเท่ากับ 10
แต่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีก 2 ก็เท่ากับ 12
ในโลกปัจจุบันถ้าประเทศไทยมีตัว “V”
จากความรู้ประเทศก็จะอยู่รอด
ขอแสดงความเสียใจกับชาวปากีสถานที่สูญเสียผู้นำที่เป็นผู้หญิงเก่ง
“เบนาซีร์ บุตโต” (Benazir
Bhutto) ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวานนี้
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปากีสถานอย่าให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเด็ดขาด
ประวัติของ เบนาซีร์ บุตโตนั้นผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนและงดงาม
เธอเป็นลูกสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกแขวนคอตาย เบนาซีร์
เคยเป็นนายกฯ ถึง 2 สมัย มีความรู้ดี เรียนที่ Oxford
และ Harvard
เป็นนายกฯ
ผู้หญิงชาวมุสลิมหายากในสังคมมุสลิมที่ไม่นิยมยกย่องสตรีมาก
เธอเป็นคนกล้าพูดกล้าทำแต่ก็มาตายเสียก่อน

Benazir Bhutto
ผมยกย่องในความกล้าหาญของเธอ
เพราะเธอรู้อันตรายที่เกิดขึ้นอยู่รอบด้านแต่ก็มีวิญญาณนักการเมืองที่เข้มแข็งจนกระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว
ประเทศปากีสถานจะลงเอยอย่างไร ไม่มีใครทราบ
ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างมาก
สาเหตุอาจจะมาจากการขัดแย้งทางความคิดกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง
ไม่ชอบตะวันตก ไม่ชอบผู้หญิง
โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความกล้าหาญและพูดความจริง
ความรุนแรงครั้งนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงความไม่สงบ
และความขัดแย้งเกิดขึ้นในทุก ๆ จุดของโลก พระพยอม กัลยาโณ
ได้เน้นในรายการโทรทัศน์ของผม
ท่านเห็นว่าคนไทยโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นต้องหันมาแสวงหาความสงบและสันติภาพให้มาก
ๆ
ปีใหม่นี้ เรื่องแรกของผมที่จะทำให้ดีและวัดผลได้ก็ คือ
เรื่องการพัฒนาตำรวจและครอบครัว
ในฐานะที่เป็นประธานคณะที่ปรึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในวันที่ 25
–
27 ธันวาคม 2550
ได้จัดโครงการมาร่วมหัวเราะเพาะสุขภาพกายใจตำรวจจราจรโดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
และ ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา มาร่วมเป็นวิทยากร ตลอด 3 วัน
มีตำรวจจราจรมาร่วมหัวเราะกว่า 1,200
คน (6 รุ่น)ผมมีโอกาสไปร่วมงาน 2 ครั้ง ได้เห็นศักยภาพของทีมงานของ
ดร.วัลลภ ว่าเป็นทีมที่เก่ง เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบมาก
ผมภูมิใจที่มีโอกาสร่วมในโครงการนี้มอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และผมจะพัฒนาตำรวจต่อไปให้เป็นที่พึ่งของประชาชน

ภาพบรรยากาศของโครงการมาร่วมหัวเราะเพาะสุขภาพกายใจตำรวจจราจร
ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันที่ 25
–
27 ธันวาคม 2550โดยมี
ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม และ ดร. ดุษฎีเมธา มาร่วมเป็นวิทยากร โดยมี
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เป็นประธานคณะที่ปรึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส
เรื่องที่สองที่จะทำคือ
ผมจะร่วมพัฒนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
จากที่ได้ไปร่วมงาน
HR
Workshop ภายใต้การนำของ คุณอดิศร เกียรติโชควิวัฒน์
ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์
ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และคุณประหยัด เครื่องประดิษฐ์
ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ในปี 2551 นี้ กฟภ.
จะเน้นการพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจัง
ผมจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้แบบ 4 L’s
ประกอบด้วย
Learning Methodology
เข้าใจวิธีการเรียนรู้
Learning Environment
สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Learning Opportunities
สร้างโอกาสในการเรียนรู้
Learning Communities
สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
การเรียนรู้แบบ
4 L’s
คือการเรียนรู้ที่นำไปสร้างสู่การสร้างตัว V
อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วและกระจายไปยังทุกระดับของ กฟภ.
ลูกศิษย์ทั้ง 3
รุ่นที่เรียนในโครงการพัฒนาผู้นำกับผมก็มีความสำเร็จที่วัดผลได้
ในแต่ละรุ่นก้าวหน้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นกันหลายท่าน คือ
คุณสมบูรณ์ อารยะสกุล ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการ และลูกศิษย์รุ่นที่ 1 อีก 3
ท่าน คือ คุณวิวัฒน์ เสนีย์มโนมัย คุณธิดา เอื้อสุนทรวัฒนา คุณวุฒินันท์
สุรพลชัย เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ ส่วนประธานรุ่น 3 คือ ดร.กมล
ตรรกบุตร ได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ ผมคิดว่าข้อดีของ กฟผ. คือ
เขามีคนเก่งในด้านสมองซีกซ้าย (คิดเป็นวิทยาศาสตร์)
และผมรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนเล็กน้อย
ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกศิษย์ของผมให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลให้แก่สมองซีกขวาด้วย
ทำให้งานของเขาพัฒนาไปสู่ตัว
“V”
ได้ดี
ในปี 2551 ผมขอฝากแนวคิดเรื่องการบริหารความเสี่ยง 3
– 4 เรื่อง
เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ปรับตัว 3-4
เรื่อง
§
เรื่องการเมือง
อย่างน้อยประเทศไทยในสายตาชาวโลกก็ผ่านไปได้เรื่องหนึ่ง คือ
การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์มีคนออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์
การเลือกตั้งอย่างเดียวคงจะไม่พอ เป็นจุดเริ่มต้น ขอให้คนไทยทุก ๆ
คนจับตาดูว่านโยบายและวิธีการจะเป็นอย่างไร
§
ถ้าไม่ล้างแค้น และสร้างความสมานฉันท์คงจะไปได้ดี
§
มองเรื่อง
Rule
of Law ให้ดี
§
ใช้แนวทางของรัฐบาลขิงแก่ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้
§
กระตุ้นเศรษฐกิจให้ไปได้ อย่าให้เกิดปัญหาระยะยาว
§
ใช้คุณธรรมจริยธรรมและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป
ในระยะยาว กกต. และสังคมทั่ว ๆ ไป
จะต้องเริ่มให้ความรู้กับประชาชนมากขึ้นเรื่องความสำคัญของประชาธิปไตย
ให้เห็นถึงผลประโยชน์ระยะสั้นเปรียบเทียบกับคุณธรรมจริยธรรมและความถูกต้อง
มองเรื่องทุนทางจริยธรรม
(Ethical Capital) และทุนแห่งความยั่งยืน
(Sustainability Capital)
ควบคู่กันไป
§
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ คือ
เรื่องภาวะเงินเฟ้อต้องควบคุมอย่างให้เกิน
3 %
(จีนขึ้นไป 6.9%)
คงไม่ง่ายเพราะราคาอาหารจะแพงขึ้น ค่าน้ำมันก็จะแพงขึ้น
คนไทยต้องประหยัด ฉลาดในการทำธุรกิจมากขึ้น
อย่าคิดว่าเคยทำอย่างไรก็ทำอย่างเดิม และหากสามารถทำได้ก็จะไปรอด
โดยสรุปว่า แม้& |