ค้นหา
  • Chira Academy APC

แนวคิดของการพัฒนาภาวะผู้นำจาก 2 ช่วงเวลา 2 Episodes of Leadership Development

“Effective leadership is not about making speeches or being liked;

Leadership is defined by results not attributes.”

Peter Drucker

“ผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์ แต่สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ และสามารถฝึกฝนได้” จีระ หงส์ลดารมภ์

โลกยุคใหม่ภายใต้การขับเคลื่อนของโลกาภิวัตน์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง องค์กรและธุรกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น การตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยี และ IT มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลรวดเร็วผ่านสื่อดิจิตอล สร้างให้เกิดนวัตกรรมทำให้เกิด ความสำเร็จขององค์กรและธุรกิจ แต่การติดต่อเชื่อมโยงที่ดีได้สร้างความผันผวนมากขึ้น ก่อให้เกิดวิกฤตต่าง ๆ ภาวะผู้นำของผู้บริหารสมัยใหม่และทรัพยากรมนุษย์ทุกระดับจึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความสามารถในยุทธศาสตร์การจัดการ รับมือกับความเสี่ยง ความขัดแย้ง รวมถึงความไม่แน่นอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ส่งผลให้องค์กรและธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ในบทความนี้จะนำเสนอแนวคิดการพัฒนาภาวะผู้นำจาก 2 ให้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่างๆ

และการปรับตัวในยุคคลื่นลูกที่สี่ต่อจากแนวคิดของ Alvin Toffler ดังนี้



จากแนวคิดของ Alvin Toffler (นักอนาคตวิทยาและผู้เขียนหนังสือ The Third Wave) ได้กล่าวถึง การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในยุคต่าง ๆ เริ่มต้นจากยุคเกษตรกรรม(Agriculture) สู่ยุคที่สอง คือ ยุคอุตสาหกรรม(Industries) สู่ยุคที่สาม คือ ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology)มาจนถึงปัจจุบันยุคที่สี่ หรือ Fourth Waveที่อาจจะยังไม่มีคำจำกัดความของยุคนี้อย่างเป็นทางการนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้ที่เห็นได้ชัดเจน คือ การเปลี่ยนแปลง (Change) และความเสี่ยง (Risks) ที่รวดเร็ว (Fast) คาดเดาไม่ได้ (Unpredictable) และไม่แน่นอน (Uncertainty) ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องตระหนัก คือ การดำรงชีวิตและการทำงานในยุคนี้และในอนาคตจะต้องตั้งมั่นบนพื้นฐานของเรื่องที่สำคัญดังต่อไปนี้

คุณธรรมจริยธรรม (Ethics)+

ความยั่งยืน (Sustainability)+

ความเฉลียวฉลาด (Wisdom)+

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)+

นวัตกรรม (Innovation) +

Intellectual capital (ทุนทางปัญญา)+

ภาวะผู้นำ (Leadership)

ภาวะผู้นำสำคัญในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

จากอิทธิพลของโลกาภิวัตน์รวมถึงการก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี ค.ศ. 2015 นี้ ประเทศไทยและเกือบทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการเร่งสร้างศักยภาพทางการแข่งขันในด้านต่าง ๆ แบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนา “ทุนมนุษย์” และ “ภาวะผู้นำ” ในทุกระดับของประเทศ เพราะเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการพัฒนา การจัดการกับวิกฤต และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น วิกฤติและความเสี่ยงเหล่านี้อาจจะกลายเป็น “วิกฤตหลายชั้น หรือ วิกฤตซ้อนวิกฤต หรือ วิกฤตขนมชั้น(Multiple Crisis)” หรือบางครั้งก็อาจจะเป็น “วิกฤต อย่างถาวร ที่เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก (Permanent Crisis)” ซึ่งหากทุนมนุษย์และภาวะผู้นำของเราไม่เข้มแข็งพอก็อาจจะเกิดความเสียหายในหลาย ๆ ด้าน

ภาวะผู้นำ (Leadership) จึงเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของทุกคน ที่มีความสำคัญเพราะเป็นหัวใจสำคัญ ของการขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จในทุก ๆ ระดับได้ ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล องค์กร ชุมชน สังคม ประเทศ และไปจนถึงระดับโลก จึงจำเป็นต้องพัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับ ดังแสดงในโมเดลต่อไปนี้


จากแนวคิดของการพัฒนาภาวะผู้นำจาก 2 ช่วงเวลา

ด้วยเหตุและผลดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของบทความ “จากแนวคิดของการพัฒนาภาวะผู้นำจาก 2 ช่วงเวลา”หรือ “2 Episodes of Leadership Development” ที่เป็นการสะท้อนบทบาทของผู้นำจากนักคิดและนักปฏิบัติของผู้นำใน 2 ช่วงเวลาคือ ปีเตอร์เฟอร์ดินานด์ดรักเกอร์ หรือ ที่เรามักจะเรียกท่านสั้น ๆ ว่า “ปีเตอร์ดรักเกอร์” นักคิดและนักปฏิบัติชาวออสเตรีย สัญชาติอเมริกัน ซึ่งมีผลงานที่ได้รับการยอมรับมากมาย ทั้งงานเขียน งานที่ปรึกษาด้านการจัดการ และการเป็นปรมาจารย์ด้าน "นักนิเวศน์สังคม" เขาให้ความสำคัญต่อ "การเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพคน” วันนี้แนวคิดต่างๆของเขายังไม่ล้าสมัยและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมายาวนานหลายทศวรรษ


ปีเตอร์ดรักเกอร์มีมุมมองที่น่าสนใจในบทบาทของผู้นำที่ให้เห็นถึงความสำคัญของการมองภาพใหญ่ ในการทำงาน โอกาส จุดหมาย การวางแผนงาน การสื่อสาร การลงมือทำ ความร่วมมือ ความรับผิดชอบ และการสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ในทุก ๆ ด้าน และสามารถทิ้งมรดกทางความคิดไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง ลองพิจารณามุมมองของปีเตอร์ดรักเกอร์จากตารางต่อไปนี้


เพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาผู้นำและภาวะผู้นำในบริบทของสังคมไทย ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ในฐานะเป็นนักคิดนักปฏิบัติและเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เป็นผู้ปลุกประแสความสำคัญของ “ทรัพยากรมนุษย์” ขึ้นในสังคมไทย มีปรัชญาและความเชื่อว่า “ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด” ได้ทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ในระดับต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมากว่า 35 ปี จนได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นประธานคณะทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ของเอเปก (APEC HRD Working Group) ในปี ค.ศ. 2002 – 2004 มีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ ภาวะผู้นำ และการสร้างผู้นำจากนักคิดนักปฏิบัติ ชั้นนำของโลกหลายคน อาทิ Edward De Bono, Alvin Toffler และอีกหลายท่าน จึงได้ตกผลึกแนวคิดต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการพัฒนาทุนมนุษย์ ภาวะผู้นำ และการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ๆ ในสังคมไทย หรือสังคมตะวันออก ได้นำมาถ่ายทอดให้เกิดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้แก่องค์กรชั้นนำต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ


ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้วิเคราะห์และนำเสนอบทเรียนที่เป็นภาพสะท้อนการทำงานและประสบการณ์เรื่องบทบาทของผู้นำในแบบไทย หรือ สังคมตะวันออกไว้ดังต่อไปนี้


1) คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงได้ (Anticipate change)

ผู้นำยุคใหม่ต้อง Futuristic คือ มองอนาคตแต่ยังเข้าใจอดีต ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี วัฒนธรรม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ตัวอย่างเช่น การเปิดเสรีอาเซียนส่งผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง หรือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมในอนาคตสู่สังคมผู้สูงอายุจะสร้างโอกาสและความเสี่ยงให้กับเราหรือองค์กรของเราอย่างไรบ้าง หรือ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกระทบต่อองค์กรของเราอย่างไรบ้าง เป็นต้น เมื่อสามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือ ดักปัญหาที่จะเกิดได้ ก็จะสามารถจัดการกับปัญหาและโอกาสต่าง ๆ ได้ทันเวลา ยกตัวอย่างแม้องค์กรชั้นนำระดับโลกวันนี้ก็ต้องปิดตัวลงหากไม่คาดการณ์อนาคตและไม่หาทางออก เช่น โกดัก โนเกีย ฯลฯ

อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนแต่เราต้องพยายามเข้าใจ วิธีการที่จะช่วยให้เรารอบรู้ และมีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้น ด้วยการอ่านหนังสือหลาย ๆ ศาสตร์ และจินตนาการว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร


2) การบริหารความไม่แน่นอน (Managing uncertainty)

ผู้นำจะต้องสามารถบริหารจัดการความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ หมายถึง การมีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา มีทางออกหลาย ๆ ทางไว้สำหรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่แย่ที่สุด สร้างภูมิคุ้มกันเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท มีแผนการจัดการกับความเสี่ยงต่าง ๆ

3) การจัดการภาวะวิกฤต (Crisis management)

ผู้นำต้องสามารถจัดการกับวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยสติ และปัญญา เพราะสังคมวันนี้มีวิกฤตเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตจากภัยธรรมชาติ วิกฤตจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และอาจจะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตหรือวิกฤตแบบถาวร ที่ต้องใช้ภาวะผู้นำเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

ในยุคคลื่นลูกที่ 4 วิกฤติจะมาเร็วมาก ซึ่งผู้นำจีนกล่าวว่า การสร้างผู้นำในจีนจะต้องพร้อมจัดการกับวิกฤตที่มากับการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ รูปแบบได้


4) การแสวงหาโอกาส(Explore opportunities)

ผู้นำต้องแสวงหาโอกาสในการสร้างคุณค่า/มูลค่าเพิ่มเพื่อการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้นำต้องไม่ย่ำอยู่กับที่หรือ ติดอยู่ใน Comfort Zone แต่ผู้นำจะต้องพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ โอกาสใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในข้อนี้ตรงกับแนวคิดของดรักเกอร์ที่กล่าวไว้ว่า.. “Focus on opportunities not problems” หรือ “มุ่งที่โอกาสไม่ใช่ปัญหา” หากเรา จะวิเคราะห์ย้อนกลับไปก็พบว่าหลายครั้งที่ในปัญหาต่าง ๆ ก็มีโอกาสซ่อนอยู่ด้วย


5) รู้จักใช้จังหวะและความรวดเร็ว (Rhythm & Speed)

ผู้นำต้องรู้จักใช้จังหวะและความรวดเร็ว จังหวะและเวลาที่จะต้องรอคอย หรือ ถอยกลับ ไม่รีบร้อนจนเกินไปเพราะบางเหตุการณ์ต้องใช้เวลาและข้อมูลเพิ่มเติมในการตัดสินใจ มียุทธวิธีที่จะเลือกลงมือทำหรือปฏิบัติให้ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์ อย่าปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไปโดยที่เราไม่คิดจะทำอะไรเลย


6) กล้าตัดสินใจ Edge ( Decisiveness )

ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ คือ เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนและคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว ต้องกล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่าปล่อยให้ปัญหาต่าง ๆ เป็นปัญหาเรื้อรัง ไม่แก้ไข เพราะไม่กล้าตัดสินใจ กลัวความผิดพลาด เพราะบางเรื่องที่ผู้นำไม่กล้าตัดสินใจจะเกิดผลเสียตามมามากมาย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป ดังเช่นที่ดรักเกอร์พูดไว้ว่า.. “Take responsibility for decision คือ รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ”


7) การสร้างแรงจูงใจให้คนอื่นเป็นเลิศ (Motivate others to be excellent)

ผู้นำต้องให้โอกาส สร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจและพัฒนาให้คนอื่น ๆ เป็นเลิศได้ อย่าเก่งคนเดียว การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนานั้นมีหลายวิธี อาทิ การให้โอกาสทำงานที่ท้าทายเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างขวัญกำลังใจด้วยการให้รางวัล ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เช่น คำชมเชย ยกย่อง ให้เกียรติ ควบคู่ไปกับการให้โอกาสในการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศของการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาร่วมกัน เป็นที่มาของทฤษฎี HRDS ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มองไม่เห็น หรือ Intangibles เช่น เรื่องความสุข (Happiness) การยอมรับนับถือ (Respect) การยกย่องให้เกียรติ (Dignity) ความยั่งยืน(Sustainability)และนอกจาก HRDS แล้ว ปัจจุบันยังมีแนวคิดเรื่องการมองเห็นความสำคัญของ “คน” (Recognition) และให้ความสำคัญกับคนเหล่านั้น หรือ “Pay Attention”

8) ทำงานเป็นทีม (Teamwork)

ผู้นำ กับ “ทีมเวิร์ค” สำคัญมาก เพราะไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้เพียงคนเดียว และความสามารถในการสร้างและพัฒนา “ทีมเวิร์ค” จะทำให้เกิดพลังเอาชนะอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จได้ สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องบริหารความสามารถและความหลากหลายของคนในทีมให้ได้ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนสำคัญในทีม อย่างที่ดรักเกอร์ได้พูดไว้ว่า “Think and say We not I คือ คิดและพูดด้วยคำว่า ‘เรา’ ไม่ใช่ ‘ฉัน’ ”


9) แก้ไขความขัดแย้ง (Conflict resolution)

ผู้นำต้องสามารถบริหารความขัดแย้งในองค์กรได้ในองค์กรซึ่งมีคนหลายประเภท มีความแตกต่างกัน ในด้านต่างๆ เช่น พื้นฐานทางความคิด จิตใจ นิสัย ทัศนคติ ค่านิยม บุคลิก ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ฯลฯ สิ่งท้าทายสำหรับผู้นำ คือ ทำอย่างไรจึงจะบริหารความแตกต่างเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง หรือเมื่อมีความขัดแย้งจะมีวิธีการอย่างไรในการแก้ไขเพราะความขัดแย้งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความไม่มีประสิทธิภาพและความล้มเหลว เครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหา คือ “ความยุติธรรม” หากแต่ผู้นำจะต้องรับฟังปัญหาของทุก ๆ ฝ่ายและหาทางออกร่วมกันแบบยุติธรรมกับทุกฝ่าย ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ลำเอียง หรือ เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว


กรณีศึกษาวิกฤตในยุคคลื่นลูกที่ 4 กับความสามารถในการจัดการของผู้นำ


วิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซกับการจัดการของผู้นำ


วิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ การเปิดเสรีทางการเงิน การกู้ยืมเงินที่มีความเสี่ยงสูงระหว่างประเทศ การค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่ไม่สมดุล เศรษฐกิจแบบฟองสบู่ ผนวกกับความล้มเหลวในการบริหารประเทศของผู้นำที่ทำนโยบายประชานิยม ค่าใช้จ่ายภาครัฐมากเกินความสามารถในการบริหารจัดการ การคอรัปชั่นจึงนำพาประเทศไปสู่ความตกต่ำในสังคมโลก และจากนี้ไป ผู้นำของประเทศที่มาจากการเลือกตั้งนายอเล็กซิสซีปราส มีอายุเพียง 40 ปี จะมีวิธีการรับมือกับปัญหาวิกฤติที่หนักหนาครั้งนี้อย่างไรจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเศรษฐกิจของกรีซมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลกและประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน


วิกฤตฟองสบู่ของประเทศจีนกับการจัดการของผู้นำ

นอกจากวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซ โลกของเรากำลังจะเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต (Multiple Crisis) จากการสั่นสะเทือนของเศรษฐกิจจีน เพราะ "จีน" ได้ชื่อว่าเป็นชาติมหาอำนาจของโลก จากการที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน ส่งให้จีนเป็นประเทศที่มี GDP ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกปัญหาฟองสบู่ของจีนค่อนข้าง จะเป็นความจริง ผู้นำของจีนอย่าง Xi Jinpingจะต้องจัดการกับปัญหาฟองสบู่ครั้งนี้อย่างไร สำเร็จหรือไม่?


ผมได้เคยเขียนไว้ถึง ผู้นำจีน 5 รุ่น ตั้งแต่เริ่มบุกเบิก Mao Tse-tungมาถึงยุคปัจจุบันXi Jinping
















รุ่นที่ 1 (1949 - 1976)

เป็นผู้นำรุ่นบุกเบิกมี เมาเซตุง (Mao Tse-tung) หรือ โจว เอ็นไล (Zhou En lai) เป็นหลัก รุ่นนี้ คือ

- รุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชนะการปฏิวัติมา เป็นผู้บุกเบิก

- ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมาก

- ต้องสร้างระบบให้แน่น เพราะระบบเดิมยกเลิกหมด เช่น

- ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของรัฐไม่ใช่ของบุคคล

- เศรษฐกิจ คือ รัฐเป็นคนกำหนด









รุ่นที่ 2 (1976 - 1992)

คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง (Deng Xiaoping)

- เป็นช่วงที่การเมืองนิ่งแล้ว แต่ระบบเศรษฐกิจแบบรัฐเป็นผู้กำหนด จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชาติได้ เพราะประชากรมาก – คาดหวังสูง จึงต้องมีเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นผู้นำ

เน้นทฤษฎีไปสู่ Practical เป็นผู้ที่พูดว่า “แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น” คือ เป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ นำเอาทุนนิยมเข้ามา – เชิญต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทำให้จีนขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะคนจีนขยันและเคยทำการค้ามาก่อน วันนี้จีนเติบโตมากกลายเป็นมหาอำนาจ









รุ่นที่ 3 (1992 - 2003)

คือ เจียง ซี มิน (Jiang Zemin)

- เป็นผู้นำประเทศสู่โลกภายนอก

- เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น แต่ต้องมีบทบาทในโลก

- จัดประชุม APEC 2003 ในจีน

- นำจีนเข้า WTO

- เปิดประเทศทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ส่งความช่วยเหลือไป Africaและประเทศด้อยพัฒนา














รุ่นที่ 4 (2003 – 2013)

คือ หู จิ่นเทา (Hu Jintao)

- เห็นความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก จีนมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ

- แต่เริ่มมีปัญหาเสรีภาพในประเทศ และความเหลื่อมล้ำ












รุ่นที่ 5 (2013 – 2023)

คือ สิ จินผิง (Xi Jinping)

ผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวนและจัดการกับความเสี่ยงระบบทุนนิยม


จีนวางแผนเตรียมสร้างผู้นำไว้อย่างแนบเนียนและเป็นระบบ น่าจะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งใหญ่มาก ๆ ประเทศจีนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจของไทยอย่างมากเป็นอันดับสองของโลก


วิกฤตในประเทศไทยกับการจัดการของผู้นำ












สำหรับประเทศไทย.. ในยุคการปฏิรูปผู้นำของไทยอย่างท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคงคล้ายกัน คือ ต้องแก้วิกฤติให้ได้เพราะนอกจากปัญหาเศรษฐกิจของจีนและของกรีซที่จะกระทบวิกฤติของไทยยังมีปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ปัญหาภัยแล้ง/ภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมืองปัญหาประมงถูกนานาชาติคว่ำบาตรปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดปัญหาการส่งออกติดลบของไทยฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องที่จะทดสอบภาวะผู้นำที่จะต้องจัดการกับวิกฤตให้ได้

ตัวอย่างของวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงเหล่านี้มีความซับซ้อน ยุ่งยาก แสดงให้เห็นว่าผู้นำทุกระดับในอนาคตจะต้องเรียนรู้ เข้าใจ และสามารถจัดการกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ นอกจากแนวคิดเรื่องผู้นำของผมและปีเตอร์ดรักเกอร์ แล้ว ผมจึงขอเสนอแนวคิดเรื่องผู้นำกับการแก้วิกฤต ซึ่งควรจะต้องมีศักยภาพดังต่อไปนี้

- แกร่ง ทนทานพอที่จะจัดการกับวิกฤตได้หรือ “Resilience”

- ต้องมีความนิ่ง (Calm)

- ต้องมีทางออกหลายทางที่เหมะสม

- ต้องมีแนวคิดใหม่ ๆ (Creativity) เป็นทางออก

- ต้องมีความมั่นใจในตัวเองว่า ทำได้ แก้ได้

- ต้องจริงใจต่อการแก้ปัญหา

- ในขณะที่ยังทำไม่สำเร็จ ต้องให้ประชาชนคนไทยยังเห็นว่ายัง "นำ"อยู่

- ต้องสื่อสารให้ความหวังกับคนส่วนใหญ่ตลอดเวลา

- ต้องเสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

จากแนวคิดของการพัฒนาภาวะผู้นำจาก 2 ช่วงเวลาข้างต้น ซึ่งปีเตอร์ดรักเกอร์ได้เขียนไว้ในช่วงปี 1960 ในยุคอุตสาหกรรมเป็นช่วง (Episode) ที่การเปลี่ยนแปลงยังมีการดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ในช่วงที่ผมเขียนนั้นอยู่ในยุคปี 2000 ซึ่งโลกาภิวัตน์และ IT เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีวิกฤตต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งแนวคิดเรื่องผู้นำกับการแก้วิกฤตสามารถนำมาปรับใช้ได้ในการพัฒนาภาวะผู้นำในระดับบุคคล องค์กร สังคม จนถึงระดับประเทศ และสามารถนำมาเป็นแนวทางการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในทุก ๆ ระดับได้เป็นอย่างดี การพัฒนาภาวะผู้นำ ผู้นำรุ่นใหม่ และคุณภาพของทุนมนุษย์ .. ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมียุทธศาสตร์ คือ การปลูก – การเก็บเกี่ยว – และการทำให้เกิดความสำเร็จ หรือ เกิดคุณค่า

เอกสารอ้างอิง

จีระ หงส์ลดารมภ์. (2558, 11 กรกฎาคม). “ผู้นำอย่าง Xi Jinping แก้ปัญหาวิกฤติฟองสบู่ในจีนได้หรือไม่”.

คอลัมน์ บทเรียนจากความจริง. แนวหน้า. หน้า 5.

จีระ หงส์ลดารมภ์. (2557, 3 กรกฎาคม). ทุนมนุษย์ – Mindset - Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนของ

คณะแพทย์ฯ มอ. เอกสารประกอบการอบรม โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 1, สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

จีระ หงส์ลดารมภ์. (2557). การพัฒนาภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่.

จีระ หงส์ลดารมภ์. (2557). เปรียบเทียบภาวะผู้นำของ Peter Drucker & Dr.Chira Hongladarom.

จีระ หงส์ลดารมภ์. (2554). 8K’s+5K’s: ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน.

พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: Chira Academy Publishing.

บริษัทเอเชียแปซิฟิคคอนซัลแตนท์ จำกัด (ผู้ผลิต). (2554, 23 กันยายน). คิดเป็นก้าวเป็น ตอน ACE โอกาส

และความเสี่ยง กับ กฎ 6 ข้อที่ต้องศึกษา [รายการโทรทัศน์]. กรุงเทพฯ: เจริญเคเบิ้ล.

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา, และจีระ หงส์ลดารมภ์. (2553). ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้.

พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: Chira Academy Publishing.

มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ, และ Chira Academy. (2556, 13-19 กรกฎาคม).

FIHRD – Chira Academy Reviews Weekly.

ย้อนรอย วิกฤตการณ์มหากาพย์ "ปัญหาหนี้กรีซ" สะเทือนเศรษฐกิจโลก. (2558, 29 มิถุนายน).

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, จาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1435587940

ว่าที่รัฐบาล “ไทย” ควรดูวิกฤตหนี้สาธารณะของ “กรีซ” ไว้เป็นตัวอย่าง. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์), จาก

http://www.homeloverthai.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1492&Itemid=104

Chira Academy. http://www.chiraacademy.com

Drucker, P. F. (2004). The Daily Drucker: 366 Days of Insight and Motivation for

Getting the Right Things Done. New York: HarperCollins.

Maxwell, J. C. (2007). The 21 Irrefutable Laws of Leadership: Follow Them and People Will Follow You.

(2nd ed.). Nashville, Tennessee: Thomas Nelson.

Niratpattanasai, K. (2015, July 13). “Crisis Management Can Create Conditions for a Quick Win”.

Bangkok Post, from http://www.bangkokpost.com/business/news/620836/crisis-management-can-create-conditions-for-a-quick-win.

Howard, A. (2015). Humanise: Why Human-Centred Leadership is the Key to the 21st Century (1st ed.).

Melbourne: John Wiley & Sons Australia, Ltd.


...................................................................... โดย

ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

และประธาน Chira Academy

ร่วมกับ นางวราพร ชูภักดี / ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวานิชย์ / นางธัญนพ พงษ์โสภณ / นางพิชญ์ภูรี จันทรกมล / นางสาวจิตลดา ลียากาศ/ นางสาวจงกลกร สิงโต / นางสาวเขมิกา ถึงแก้วธนกุล และนางสาวเอราวรรณ แก้วเนื้ออ่อน


ดู 35 ครั้ง
This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now